มือใหม่หัดเที่ยวกรุงเทพมหานคร…

โดนทักว่าพูดไทยไม่ชัด
หนำซ้ำยังเจอแจ๊คพอต รถเมล์ที่ตัวเองนั่ง ไปชนกับคน 

–วันที่ 27 มกราคม–

 หลังจากไปรับเหรียญ & เหรียญ จากการแข่งทักษะวิทย์เมื่อวาน ที่อิมแพ็คเมืองทองธานีเสร็จ
…ก็ว่าง… 
จึงไปเที่ยวกัน… 

 

 เริ่มจาก…

 นั่งรถ ป.อ. จากหน้า มสธ. (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช) 
ไปลงที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ปลายทางแห่งรถเมล์ทั้งหลาย
…ไม่รู้เลยว่าจะไปไหนต่อ…

 เดินสุ่มไปซักทางนึง เจอสถานีรถไฟฟ้าก็ขึ้น
จากนั้นก็สบายละ
ไปนู่นไปนี่ ขึ้นรถเมล์บ้าง รถไฟฟ้าบ้าง
ขึ้นรถเมล์ไม่ถูกก็ถามคนแถวนั้นเอา ว่าจะไปที่นั้นที่นี้ ต้องขึ้นสายอะไร ขึ้นที่ฝั่งไหนของถนน

 (มีครั้งนึง ไปถามเจ้าหน้าที่ ที่ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว อยู่หน้าพารากอน
“ไป Platinum ประตูน้ำ ต้องขึ้นรถเมล์สายอะไรคะ?”
“คนไทยรึเปล่าคะ?”
“ฮะ?”
“เป็นคนไทยรึเปล่าคะ?”
“อ๋อ ค่ะ คนไทยค่ะ”
“เห็นพูดไทยไม่ชัดน่ะค่ะ…”
งง… เราพูดไทยไม่ชัดเหรอเนี่ย ไม่รู้ตัวเลย
หรือว่าสำเนียงจะแปลกหูเค้านะ?
เฮ้อ… รู้สึกแย่นะเนี่ย ที่โดนทักว่าพูดไทยไม่ชัด
แต่เจ้าหน้าที่เค้าก็แนะนำดีนะ ว่าให้ขึ้นสาย 79 เพราะจะไปจอดที่หน้า Platinumพอดี
ถ้าขึ้นสายอื่นจะจอดที่ประตูน้ำ แต่ไม่จอดหน้า Platinum)

 

การขึ้นรถเมล์กรุงเทพฯ

ถึงจะมีผู้คนเยอะแยะ รถเมล์เยอะแยะ ถนนเยอะแยะ สถานที่เยอะแยะ
แต่การขึ้นรถเมล์ที่กรุงเทพฯ นั้น ไม่ยากเลย

ดูสาย… ถ้าไม่รู้สายก็ดูป้ายข้างหน้ารถ ว่าไปไหน

ขึ้นผิด… กระเป๋าก็จะแนะนำว่าต้องขึ้นสายนี้ ฝั่งนี้ 
แล้วก็ลงป้ายหน้า ไม่เสียตังค์ แล้วก็รอรถคันใหม่ต่อไป

รถมา จอดปุ๊บ จับราว ก้าวขา อย่างรวดเร็ว
ส่วนใหญ่ก็เจอรถ ป.อ. นั่งสบาย เพราะมีแอร์

ตอนที่นั่งรถเมล์อยู่ แล้วมองไปข้างหน้า
ทุกครั้งจะเหมือนชน แต่จริงๆ แล้วไม่ชน แค่เฉียดๆ
นี่เป็นปกติของรถเมล์ในกรุงเทพฯ

…รถในกรุงเทพฯ ขับกันแบบนี้จริงๆ…

(ส่วนการขึ้นรถไฟฟ้า ถ้าขึ้นใหม่ๆ ยังไม่ค่อยรู้ที่รู้ทาง
ให้ขึ้นตอนที่คนเยอะๆ จะดีที่สุด
ทำตามๆ คนอื่น
แล้วจะไม่หลงที่หลงทาง
ตอนขึ้นรถไฟฟ้าครั้งแรกคนเดียว เราทำแบบนั้น)

 

ตอนขากลับ (ประมาณ 5 โมง)
 
ขึ้นรถเมล์สาย 166 จากอนุสาวรีย์ชัยฯ จะไปลงหน้า มสธ. (19 บาท)
เส้นทางก็คือ ขึ้นทางด่วนเสร็จ ขับไปๆ แล้วเลี้ยวขวา ก็จะไปเมืองทองธานี ไปมสธ.
แต่รถเมล์สาย 166 นี้ ตรงไป
ก็คือไปอ้อมที่ปากเกร็ด แล้วค่อยมาเข้าเมืองทองธานี
ตอนผ่านตรงทางเลี้ยวไปเมืองทองธานีนั้น 
ความรู้สึกเราคือ ไปอยากให้ตรงไปเลย …เลี้ยวเถอะ

 

เหตุการณ์

ตอนอยู่ที่ปากเกร็ด ย่านนั้นเหมือนจะเป็นตลาดมั้ง คนเยอะมาก
เราก็คุยกับเพื่อน เรื่องเกี่ยวกับการขึ้นรถเมล์ในวันนี้
เรานั่งถัดจากหลังคนขับไป 2 เบาะ เห็นข้างหน้าชัดเจน
คุยๆ อยู่ก็มองข้างหน้าไปด้วย

มีกลุ่มคนข้ามทางม้าลาย … รถเมล์จอดอยู่
กลุ่มคนผ่านไปหมดแล้ว … รถเมล์ออกตัว

แต่… คนขับคงไม่ได้มองทางซ้าย แต่เรามอง
ว่ายังมีป้าคนนึง จูงคุณลุงคนนึงที่ตาบอด ถือไม้เท้า กำลังจะข้ามถนน
ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร รถเมล์ออกตัวแล้ว คุณป้าคงจะหยุดเดิน

แต่… รถเมล์ที่เพิ่งออกตัว กับคุณป้าที่เพิ่งออกเดิน ชนกันเข้าไปเต็มๆ
คนขับเหยียบเบรค ใส่เบรคมือ แล้วลงรถไป

BusBK.jpg

ได้ยินเสียงไม้กระทบพื้นถนน …คงเป็นไม้เท้าของคุณลุง
คนที่อยู่แถวนั้น ก็เข้าไปช่วย
มีตำรวจจราจรคนนึง ก็เข้าไปช่วย
ดูจากปฏิกิริยาของผู้คนที่มองดูแล้ว คุณป้าคงไม่เป็นอะไรมาก

จังหวะนั้น ทุกคนลงรถเมล์กันหมดทั้งคัน …พรึบพรั่บๆ หายหมด
เรา กับเพื่อนอีก 2 คน ยังนั่งงงอยู่
2 วินาทีต่อมา ก็ลงรถเมล์ด้วย
แล้วก็ไปยืนงงต่อ ที่ข้างทาง

ตำรวจคนนั้น ยึดใบขับขี่ของคนขับรถเมล์
แล้วคนขับรถเมล์ & คุณป้าคุณลุง ก็ขึ้นรถไป
สงสัยจะไปโรงพยาบาล

  

แล้วเราล่ะ?
จะกลับยังไง? จะไปไหนต่อ? ต้องทำยังไง? ค่ารถเมล์ที่จ่ายไปล่ะ?

แล้วก็มีคุณน้าผู้หญิงคนนึงเข้ามาถามเรากับเพื่อนอีก 2 คน
ว่าเกิดอะไรขึ้น
พวกเราก็เล่าไปถามที่เห็น
แล้วก็ถามคุณน้าว่าต้องทำยังไงต่อ
คุณน้าก็แนะนำอย่างดีเลย ว่า ให้ไปรอรถเมล์ สาย 166 ที่ฝั่งนู้นนะ
ดูป้ายหน้ารถนะ ว่าต้องเป็นสีแดง เพราะจะไปเมืองทองฯ
แต่ถ้าเป็นสีเหลือง อย่าไปขึ้นนะ เพราะจะไปอนุสาวรีย์ชัยฯ อีก
แล้วลองเอาตั๋วรถเมล์ให้กระเป๋าดูนะ ว่าใช้ได้รึเปล่า 
ให้บอกกระเป๋าว่ารถสาย 166 คันที่นั่งมาก่อนหน้านี้เกิดอุบัติเหตุ
พวกเราก็ขอบคุณคุณน้าคนนั้น แล้วข้ามถนนไปรอขึ้นรถเมล์ตามที่คุณน้าบอก

รอรถเมล์อยู่นานมาก หิวข้าวก็หิว จะไปหาซื้ออะไรแถวนี้ก็กลัวพลาดรถเมล์
ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 6 โมงกว่าๆ
แล้วก็มีรถเมล์สาย 166 ป้ายสีแดง มา
เฮ้อ! ดีใจ

แล้วตำรวจก็มาคุยกับคนขับรถเมล์คันนี้ว่า
เมื่อกี้มีรถเมล์สาย 166 ชนคน
ให้คนขับ ไปถามคนขับที่ขับชนว่าคุณป้าเอาเรื่องอะไรรึเปล่า
ถ้าไม่เอาเรื่อง ตำรวจก็จะเอาใบขับขี่คืนให้

และปรากฏว่า เราต้องเสียค่ารถเมล์เพิ่มอีก 11 บาท
เพราะกระเป๋าบอกว่า กระเป๋าคันเก่าไม่ได้ถ่ายโอนมา อะไรก็ไม่รู้อ่ะ

 

สุดท้าย

คิดๆ ดูแล้ว เหตุการณ์ประมาณนี้คงจะเกิดขึ้นบ่อยในกรุงเทพฯ นะ
เพราะผู้โดยสารต่างก็รู้ดีว่าต้องทำยังไง
ทุกคนลงรถกันหมดเลย แล้วไปไหนกันต่อก็ไม่รู้
รวดเร็วมากจนเราตามไม่ทัน
(หรือว่าเรานี่แหละที่ช้า)

คนกรุงเทพฯ เดินเร็วมาก
จนเราที่เดินตาม ต้องแทบจะวิ่งเลย
แต่ดูเขาเดินสบายๆ

ตอนค่ำๆ ที่เราออกมากินข้าว
ก็ใส่เสื้อแขนยาวคลุมมาด้วย
ปรากฏว่า ไม่มีความหนาวเลย
ต้องถอดเสื้อแขนยาวมาถือเดินไปเดินมา

ฝุ่นที่นี่ ไม่เหมือนฝุ่นที่เขียงราย
ตอนขัดเท้าตัวเอง นึกว่าขัดก้นหม้ออยู่
…เป็นฝุ่นที่สีดำสนิทแบบนั้นจริงๆ
…ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ว่า ถ้าอยู่กรุงเทพฯ จะอยู่ได้ไหม?…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s