ชีวิตเด็ก Ent’ คนหนึ่ง (ตอนที่ 3)

รู้แล้วว่าเด็กเอ็นท์ฯ เครียดกันตอนไหน…
…ตอนรอประกาศผลสอบ

 

ทั้งปีไม่คิดอะไร
มาเครียดตอนสอบเสร็จนี่แหละ
…เพราะอยากรู้ผลสอบไวๆ… 

7 มกราคม 2554 เวลา 17:00 น.
ประกาศผล Quota มช.
– ได้เห็นบรรยากาศตอนที่ประกาศผลสอบ
ดีใจและเสียใจไปกับเพื่อนๆ

27 มกราคม 2554
วันประกาศผล รับตรง นิติฯ ธรรมศาสตร์
– ดีใจกับเพื่อน

25 กุมภาพันธ์ 2554 ตอนค่ำๆ
ประกาศผล กสพท. (แพทย์ 12 สถาบัน)
– ดีใจกับเพื่อนๆ ด้วย

ผ่านวันประกาศผลสอบต่างๆ มาก็หลายวัน
ทำให้คิดว่า

…เมื่อไหร่เราจะได้ดีใจแบบนั้นบ้าง?…

 

 

ระบบการรับเข้ามหา’ลัยทุกวันนี้…
…ทรมานกันชัดๆ

ผู้ใหญ่หลายคนบอกว่า
สมัยก่อน Entrance
สอบครั้งเดียวพร้อมกันทั่วประเทศ
ประกาศผล
โป้งเดียว! จบ
…เจ็บดี…

…ชอบ…

แต่จริงๆ แล้ว
เปลี่ยนระบบบ่อยๆ แบบนี้ก็ดี
เพราะจะได้รู้ว่าระบบไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

โดนก็โดนเหมือนกันทั้งประเทศ
มีเพื่อนตั้งเยอะเแยะ

…สนุกดี…

ไม่รู้สิ…

จริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่ได้คาดหวัง หรือถูกคาดหวัง
เราอาจไม่เครียดก็ได้

จริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่ฟังเสียงคนรอบข้าง
เราอาจรู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไรจริงๆ

จริงๆ แล้ว ถ้าไม่มีค่านิยมเกี่ยวกับคณะและมหา’ลัย
เราอาจเรียนอะไร, ที่ไหนก็ได้

แต่จริงๆ แล้ว ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านั้น เราอาจไม่เป็นตัวเราในทุกวันนี้
เพราะงั้น… เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ

 

 

ป.ล. ช่วงนี้ว่างมาก
คอมฯ ก็พัง… ดูเมะไม่ได้
แอร์ในรถก็พัง… ไปไหนก็ร้อน
เพื่อนสนิทก็ไปเที่ยวตั้งอาทิตย์นึง… ไม่มีเพื่อนเล่น

รู้สึกว่าจะมีการอัพบล๊อกนี่แหละ
ที่ทำแล้วเพลิดเพลินที่สุด

ก็เลยเอาเทคนิคการอ่านหนังสือเตรียมสอบมาฝากกัน
จริงๆ ทุกคนมีเทคนิคของตัวเองอยู่แล้ว
แต่ถ้าใครว่างจัดก็เลื่อนลงไปอ่านดูเล่นๆ ก็ละกัน

 

อ่าน กับ ไม่อ่าน ใครว่ามีค่าเท่ากัน?

มีคนบอกว่า

“อ่านหนังสือก่อนสอบไป ก็เท่านั้น
อ่านก็เหมือนไม่อ่าน”

“เขาวัดความรู้ ไม่ได้วัดความอ่าน”

ฯลฯ

ถึงเราจะเห็นด้วยนิดๆ ว่าเขาพูดถูก
แต่ก็ยังพยายามหาเหตุผล
ให้ตัวเองอ่านหนังสือก่อนสอบอยู่ดี

และเราว่า เหตุผลที่เข้าท่าที่สุดก็คือ

“อย่างน้อย การอ่านหนังสือ 
ก็ทำให้เราก็รู้อะไรมากกว่าที่เรารู้เมื่อวาน”

 

ถ้าได้อ่าน ก็อ่านให้เต็มที่

ช่วงหลายเดือนก่อนสอบ แน่นอนว่าทุกคนต้องเคยอ่านหนังสือบ้าง
เพื่อเตรียมตัวสอบ
แต่เพราะเหลือเวลาอีกเยอะ ก็เลยอ่านแบบผ่านๆ
แล้วคิดว่า พอใกล้สอบจะกลับมาทบทวนใหม่

แต่… ส่วนใหญ่แล้ว จะพบว่า นั่นเป็นครั้งเดียวจริงๆ ที่ได้อ่าน
เพราะเนื้อหามีตั้งกี่วิชา กี่เรื่อง
ทบทวนกันไม่ไหวจริงๆ

และแล้ว เรื่องที่เราอ่านแบบผ่านๆ มา
สุดท้าย มันก็ผ่านไป… ลืมไป…

เพราะฉะนั้น ถ้ามีโอกาสได้อ่านหนังสือเมื่อไหร่ ควรอ่านให้เต็มที่
เอาให้เข้าใจไปเลย… รู้จริงให้หมดทั้งเรื่อง

 

อ่านหนังสืออย่างไรให้ทันสอบ ภายใน 3 วัน 7 วัน ?

อันนี้ตอนที่เราเตรียมตัวสอบ O-NET

ประมาณไม่กี่อาทิตย์ก่อนสอบ
รู้ตัวแล้วว่า “อ่านไม่ทันแน่ๆ เลย”
แต่ก็ยังคงอ่านไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก
…ยังสบายใจอยู่

พอเหลืออีก 7 วันก่อนวันสอบ…
…เริ่มมีปัญหา
ช่วงนี้แหละที่จะอ่านแบบจริงจัง
เพราะมี ‘วันสอบ’ เป็นตัวกระตุ้น

โชคดี ที่ O-NET เป็นการสอบวัด ‘พื้นฐาน’
ข้อสอบจึงไม่ยากมาก
(ถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆ ก็คือ มีข้อที่ยากจริงๆ ปนมาไม่กี่ข้อ)

การอ่านหนังสือ ก็อ่านเฉพาะเรื่องที่อยากอ่าน,
เรื่องที่อยากเก็บคะแนน และมั่นใจว่าทำได้,
เรื่องที่ถนัด, เรื่องที่ชอบ
ส่วนเรื่องที่ไม่ชอบ ไม่อยากอ่าน ก็ไม่ต้องอ่านเลย
อย่าไปฝืน

เพราะถ้ามัวแต่เอาเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดไปหมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่ไม่ชอบ
ก็จะเสียโอกาสทบทวนเรื่องที่ชอบไป
สุดท้ายกลายเป็นว่าเรื่องที่ชอบนั้นทำคะแนนได้น้อยกว่าที่ควรจะได้
และเรื่องที่ฝืนอ่านไป ก็ยังทำคะแนนได้ไม่มากอยู่ดี
เสียหายไปหลายแต้มเลยทีเดียว

ถ้าขี้เกียจอ่าน หรืออ่านทั้งหมดไม่ทันแล้ว ก็ตะลุยโจทย์เลย
หมายถึง ลองทำข้อสอบ O-NET จริง ของปีที่ผ่านๆ มา
จะได้รู้ว่า ข้อสอบออกประมาณไหน, จุดอ่อนของเราคืออะไรบ้าง
และตรวจนับคะแนนจากเฉลยที่เชื่อถือได้
และจะได้รู้ว่า เราทำได้แค่ไหน
ขณะที่ตรวจข้อสอบ ก็อ่านหนังสือไปด้วยเลย
เช่น ข้อนี้ที่เราทำไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ ก็อ่านให้รู้ไปเลย

แล้วจะพบความจริงที่น่ายินดีว่า…
มีบางวิชาที่ไม่จำเป็นต้องอ่านทบทวนเลยก็ทำข้อสอบได้,
บางวิชา ยังทำข้อสอบไม่ค่อยจะได้ จึงต้องอ่านเพิ่มเติมอยู่,
และบางวิชา ทำไม่ได้ แต่ไม่สนใจ เพราะไม่ได้อยากทำคะแนนจากวิชานี้จริงๆ

แค่ไม่กลัวข้อสอบ ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

อันนี้จากการลองทำข้อสอบ
ข้อที่เรากลัว ข้อที่เราคิดว่ายาก
จริงๆ แล้ว เราอาจทำได้ก็ได้
และถ้าคิดว่าทำไม่ได้ ก็มีแนวโน้มที่จะทำไม่ได้จริงๆ

 

ทำยังไงให้อ่านแล้วจำไปนานๆ ?

ปกติเราอ่านหนังสือ โดยการรับข้อมูล “เข้าไป” ในสมอง
ซึ่งการทำแบบนี้ ทำให้จำข้อมูลได้ก็จริง
แต่พอนานๆ ไป ก็จะค่อยๆ ลืม
ต้องคอยกระตุ้น คอยทบทวนหลายๆ ครั้ง ถึงจะจำได้จริงๆ

แต่ถ้าใช้วิธีดึงข้อมูล “ออกมา” จากสมอง
เราจะจำดีกว่า มากกว่า และนานกว่า

วิธีดึงข้อมูล “ออกมา”
(ห้ามดูโพย ให้คิดออกมาเองจริงๆ)
เช่น ติวให้เพื่อน,
คุยกับเพื่อน,
พูดกับตัวเอง,
หรือ เขียนข้อมูลนั้นลงในกระดาษเปล่า

ซึ่งการที่จะทำแบบนั้นได้
เราต้องมีความ “เข้าใจ” และ “จำ” ข้อมูลเรื่องนั้นๆ ได้จริงๆ

เพราะฉะนั้น ถ้ารับข้อมูล “เข้าไป” แล้ว
อย่าลืมดึงข้อมูล “ออกมา” ด้วยนะ
จะได้จำไปนานๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s