พูดไปก็เท่านั้น

ถ้าใครเดินทางผ่านบิ๊กซีดอนเมือง
เมื่อวานตอนเย็นๆ
จะเห็นคุณลุงคนหนึ่ง กำลังนั่งสูบบุหรี่ควันโขมง

ถัดไปอีก 6 เมตร จะเห็นเด็กผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง
ยืนเอามือโบกไปมาอยู่หน้าจมูกตัวเอง
พร้อมกับแสดงสีหน้าและท่าทางว่าเหม็นควันบุหรี่เอามากๆ 

กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะเค้าก็มี…
ป้ายรณรงค์เอย, โครงการรณรงค์เอย, ป้ายห้ามสูบบุหรี่เอย,
31 พฤษภาคมวันงดสูบบุหรี่โลกเอย…

มีไปเถอะ

ถ้าคนที่สูบบุหรี่ ไม่มีจิตสำนึกต่อสาธารณะเอง
เค้าก็ยังสูบบุหรี่ในที่สาธารณะต่อไปนั่นแหละ

…พูดไปก็เท่านั้น…
“เดินกินลมชมวิวกันอยู่นั่นแหละ ไม่ได้สนคนอื่นเลยว่าเค้ากำลังรีบ”
ฉันได้ยินเสียงนี้มาจากข้างหลัง 
ตอนที่กำลังจะเดินผ่านช่องประตูของ MRT

MRT หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นตัวเลือกที่ work ตัวเลือกหนึ่ง
ของการคมนาคมในชั่วโมงเร่งด่วน ในกรุงเทพมหานคร

ถึงแม้ว่า MRT จะเร็ว และไม่ต้องเจอปัญหารถติดใดๆ
แต่มันจะช้าตรงที่ ซื้อตั๋ว และเดินเข้าช่องประตู
ที่ต้องเอาเหรียญหรือบัตรไปแปะ
เพื่อให้ประตูเปิด และเดินผ่านได้ทีละคน

และวันนั้นฉันก็ลง MRT ในชั่วโมงเร่งด่วน
กำลังเดินไหลช้าๆ ไปตามฝูงชน
ที่กำลังจะผ่านช่องประตูที่ว่า

แล้วก็ได้ยินเสียง ที่มีน้ำเสียงเหมือนกำลังพูดโทรศัพท์
แต่พอฟังประโยคนั้นดีๆ แล้ว เค้าน่าจะพูดกับคนแถวนี้มากกว่า

…พี่แกแรงจริงๆ…

 

 

 

แต่… ประโยคที่ตั้งใจพูดให้ผู้คนได้ยินนั้น
ก็ไม่ได้ช่วยให้ฝูงชนไหลไปเร็วขึ้น
หรือจะมีใครหลีกทางให้เค้าเลย

…พูดไปก็เท่านั้น…

 

 

 

ในเวลาที่เรารีบๆ จะเดินไปไหน จะขับรถไปไหน
อะไรๆ ก็ดูเกะกะ ขวางหูขวางตาไปหมด
ต่อให้เราจะหลบจะหลีกอย่างไร
สุดท้าย… ก็เข้าทำนอง ‘ยิ่งรีบยิ่งช้า’ อยู่ดี

คือรีบยังไง ก็ใช้เวลาเท่ากับตอนที่ไม่ได้รีบนั่นแหละ

รีบ กับไม่รีบ ต่างกันที่ ใจร้อน กับ ไม่ได้ใจร้อน
ไม่ได้ต่างกันที่ ความช้า กับ ความเร็ว เลย

เพราะฉะนั้น อย่าใจร้อนจะดีกว่านะจ๊ะ

 

เพราะทุกวันนี้ อากาศก็ร้อนอยู่แล้ว
ยิ่งเราใจร้อน ทุกอย่างก็ยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่

…อากาศร้อน ต้องใจเย็นๆ…

ถึงเราจะบ่นว่า ร้อน ยังไง
แต่อากาศก็ยังจะร้อนต่อไป

…พูดไปก็เท่านั้น…

 

อากาศจะไม่เย็นขึ้น เพราะเราร้อน
แต่อากาศจะเย็นขึ้น เพราะเราเย็น

…ลองดู…

 

 

เมื่อวาน ตอนเย็นๆ ฉันนั่งอยู่ในร้านกุญแจข้างๆ บิ๊กซีดอนเมือง
ได้กลิ่นควันบุหรี่โชยมา
ก็พยายามทนๆ ไป

สักพัก เริ่มไม่ไหว
ก็เลยคิดว่า เค้าอาจจะไม่รู้กระมัง ว่ามีคนอยู่แถวนี้
ก็เลยออกไปยืนหน้าร้าน แล้วแสดงท่าทางให้เค้ารู้
ว่าเราเหม็นควันบุหรี่นะ

คนที่สูบบุหรี่ เป็นคุณลุง นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆ ร้านกุญแจ
ห่างออกไปจากจุดที่ฉันยืนอยู่เพียง 6 เมตร

ใช่แล้วค่ะ… เด็กผู้หญิงที่กล่าวถึงเมื่อต้นเอนทรี่
ก็คือฉันเอง

ทำท่าเหม็นก็แล้ว…
มองหน้าก็แล้ว…
จิกตาก็แล้ว…
คุณลุงก็ยังสูบบุหรี่ต่อไป

…คุณลุงน่าจะเห็น
ไม่น่าจะสายตาสั้นถึงเพียงนั้น…

สักพัก ฉันเริ่มยอมแพ้ กลับไปนั่งในร้าน
โอ้โห… น้ำมูกไหลเลยค่ะ

ฉันไม่ได้เป็นหวัด…
แต่มีน้ำมูกใสๆ อยู่เต็มโพรงจมูก

ควันบุหรี่นี่มันเรื่องซีเรียสนะคะ

ฉันหยิบทิชชู่มาสั่งน้ำมูก
เปียกทั้งแผ่นเลย

ขยำๆ

…อยากจะเขวี้ยงใส่หน้า…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s