กระโปรง: เครื่องมือควบคุมผู้หญิง

สิ่งหนึ่งที่แสดงถึงความไม่เท่าเทียมระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายคือ ชุดนิสิต

ผู้หญิงใส่กระโปรง เป็นการถูกจำกัดให้ทำอะไรได้น้อยกว่าผู้ชาย เช่น การปั่นจักรยาน

จริงๆมันก็ปั่นได้ แต่สงสารตัวเอง ในขณะที่ผู้ชายเขาปั่นอย่างสบายใจ สายตามองท้องถนน ทำความเร็วได้ แถมผมยังปลิวไสวไปตามแรงลม แต่ผู้หญิงนี่กระโปรงพลีทปลิวไสวเลยค่ะ ต้องสละมือข้างหนึ่งมาคอยจับกระโปรง ตาต้องคอยมองว่ากระโปรงเปิดถึงไหนแล้ว บางทีชายกระโปรงก็เข้าไปพันโซ่บ้าง เกี่ยวนู่นเกี่ยวนี่บ้าง 

ถ้าเป็นกระโปรงสอบยิ่งแล้วใหญ่ ขนาดจะนั่งขัดสมาธิยังนั่งไม่ได้เลยค่ะ (เคยลงไปนั่งพับเพียบถ่ายรูปกับตุ๊กตาตัวเตี้ยๆ ได้ยินผู้ใหญ่พูดกันว่า เด็กคนนี้เรียบร้อยจัง… อยากบอกว่า เข้าใจผิดแล้วค่ะ คือหนูนั่งท่าอื่นไม่ได้)

หากจะบอกให้ใส่กางเกงขายาวข้างในกระโปรงพลีทขณะปั่นจักรยาน มันก็ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องชายกระโปรงเข้าไปพันในโซ่อยู่ดี

หรือจะให้ใส่กระโปรงสั้นลง โดยใส่ขาสั้นข้างใน? คงเป็นภาพที่ตลกพิลึก

หรือจะใส่ชุดที่เป็นกางเกงไป แล้วเอาชุดนิสิตไปเปลี่ยน ก็จะไม่ใช่เรื่อง เพราะทำไมผู้หญิงต้องทำแบบนี้ ในขณะที่ผู้ชายไม่ต้องทำ?

สรุปก็คือ ชุดนิสิตหญิงไม่เอื้อให้นิสิตหญิงปั่นจักรยาน

แต่ในมหาวิทยาลัยมีเลนจักรยาน แปลว่าสนับสนุนให้เฉพาะนิสิตที่เป็นเพศชายปั่นจักรยานไปเรียน?

หรือถ้าจะบอกว่าสนับสนุนทั้งสองเพศในเรื่องการปั่นจักรยานอย่างเท่าเทียม งั้นแสดงว่านิสิตหญิงที่ปั่นจักรยานไปเรียนไม่ต้องใส่ชุดนิสิตก็ได้? …

ไม่ดีมั้งคะ เพราะเวลาจะดูว่าใครมีเรียนหรือไม่มีเรียน ไม่ได้ดูที่กระเป๋าหนังสือกันหรอก แต่เขาดูที่ชุดนิสิต

อืม… ก็ประหลาดดี

ลองมาคิดเหตุผลที่เขากำหนดให้ผู้หญิงใส่กระโปรง จนกลายเป็น norm ของสังคม พื้นฐานมันก็น่าจะมาจากบทบาททางเพศ คือผู้หญิงอยู่บ้าน ทำงานเบาๆ สวยๆ ส่วนผู้ชายทำงานนอกบ้าน ต้องแต่งกายทะมัดทะแมง

มันก็เลยเหมือนใส่ตามๆกันมาเรื่อยๆเป็นรุ่นๆ กลายเป็นภาพที่ชินตา กลายเป็น identityของความเป็นหญิงไป

แต่ถ้าผู้หญิงไม่ใส่กระโปรง จะยังเป็นผู้หญิงอยู่ไหม? คนจะดูออกไหมว่าเป็นผู้หญิง ก็ยังดูออกนะ

และผู้หญิงมีความเป็นหญิง มีความเป็นกุสตรี หรือจะเรียบร้อยได้ไหมถ้าไม่ใส่กระโปรง ก็ได้นะ ทำไมจะไม่ได้

บางที การใส่กางเกงจะดูเรียบร้อยกว่าใส่กระโปรงเสียอีก ในบางอิริยาบถของการนั่ง หรืออย่างตอนที่ลมพัดแรงๆ หรือตอนที่ต้องเดินลุยน้ำ การถกขากางเกงขึ้นดูดีกว่าการถกกระโปรงนะ

ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวไว้ ฉันจึงไม่คิดว่ากระโปรงมีความหมายอะไรอื่น นอกจากเป็นเครื่องแต่งกายที่เราเลือกใส่ได้ตามวาระโอกาส

Advertisements

4 thoughts on “กระโปรง: เครื่องมือควบคุมผู้หญิง

  1. มีข้อดีของกระโปรงด้วยนะในแง่ของการระบายความชื้น ซึ่งเป็นฟังชันก์ที่สำคัญของเพศ ญ
    ทางกายภาพ การใส่พลีทโดยรวมๆเเล้วคิดว่าดูเรียบร้อยกว่า ไม่ได้รัดรูป
    ซึ่งแตกต่างจากกางเกงที่สามารถแสดงผลได้ง่ายกว่า (เอิ่ม นั่นแหละ)
    [เหมือนกับเสื้อขาวที่เราใส่ไปวัด อาจจะไม่ใช่แค่ธรรมเนียมที่เราเข้าใจ แต่ผลที่ได้มันคือ คนที่หาความสงบเขาไม่ต้องคิดอะไรมาก คิดสีว่าวันนี้จะใส่สีอะไรรู้สึกถึงความสงบไม่ฟุ้งซ่าน และคนใส่ต้องคอยระวังไม่ให้เปื้อน]
    กระโปรงก็คงคล้ายกัน คุณไม่สามารถไปกระโดดถีบใครได้ มิหนำซ้ำยังต้องคอยระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ
    ไม่เว้นแม้กระทั่ง ลมพัด 😛

    1. ก็นั่นละครับ มันทำให้ผญ.ใช้ชีวิตได้ยากกว่า ต้องคอยระวังนู่นระวังนี่ตลอด ไอ้ที่บอกไม่สามารถเตะใครได้ มันจึงทำให้ การใส่กระโปรง ผญจะ ป้องกันตัวจากโจรผู้ร้ายได้ยากกว่า มองในแง่ความปลอดภัย มีแต่เสียกับเสียครับ เราควรจะให้เค้าเลือกเอง ไม่ใช่ไปบังคับ

  2. เค้ามีการสำรวจ มาแล้วครับ ว่าผู้ก่อคดีข่มขืน มักจะเลือกผญที่ใส่กระโปรงมากกว่ากางเกง

  3. ทำจักรยานที่เหมาะกับคนใส่กระโปรงหรืออะไรๆที่คล้ายๆกันก็ได้แล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s