ที่รัก

“ที่จอดจักรยานไม่พอค่ะ”

เราเสนอต่ออาจารย์และพี่ป.โทในที่ประชุมหอพักนิสิตประจำภาคการศึกษาปลายเมื่อสักครู่ พี่ป.โทเห็นด้วยและถามกลับว่าจะเสนอทางแก้อย่างไร เราจึงเสนอว่าให้คัดกรองผู้ที่มาจอดจักรยาน ว่าต้องเป็นนิสิตหอพักหรือบุคลากรที่พักอาศัยอยู่ในหอพักเท่านั้น 

“…ไม่เอาคนงานพม่า ไม่เอาคนจอดจักรยานค้างปี”

เราพูดไปอย่างนั้น และเสริมด้วยว่า ไฟจักรยานของเราเคยถูกถอดออกไป และเคยได้ยินว่ามีจักรยานหาย (ซึ่งคันที่หายล้วนราคาหนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป) พี่ป.โทก็บอกว่าอย่าไปกล่าวหาหรือมีอคติต่อพวกเขาโดยไม่มีหลักฐาน

ตรงนี้ เราอธิบายได้ ว่าทำไมเราถึงตั้งแง่กับคนงานก่อสร้างชาวพม่า…

ธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อจะขโมยของ ก็มักจะไม่ขโมยของจากในที่ของตัวเอง บ้านของตัวเอง ถิ่นของตัวเอง แต่จะไปขโมยจากต่างถิ่น เพื่อให้ติดตามร่องรอยได้ยากขึ้น คนต่างถิ่นที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในหอพัก ซึ่งเราเห็นอยู่จำนวนหนึ่งก็คือ กลุ่มคนงานชาวพม่านั่นเอง ดังนั้น เราจึงสงสัยคนงานพม่า และค่อนข้างมั่นใจว่าข้อสงสัยของเราถูกต้อง เว้นเสียแต่ว่าจะมีคนต่างถิ่นที่ไม่ใช่ชาวพม่าเข้ามาที่หอพัก

ส่วนเรื่องจักรยานจอดค้างปี พี่ป.โทบอกว่าเคยมีการโละไปแล้ว และมีการลงทะเบียนจักรยานโดยใส่ป้ายคล้องจักรยานไว้ พร้อมถามเราว่า เรามีป้ายนั้นหรือเปล่า? เราตอบว่าไม่มี

บังเอิญว่าเราเพิ่งซื้อจักรยานมาใช้ที่หอได้ไม่ถึงครึ่งปี และบังเอิญว่าระบบลงทะเบียนจักรยานที่ว่านั้นได้ทำครั้งสุดท้ายเมื่อนานมาแล้ว และน่าจะนานกว่า 1 ปี ซึ่งเป็นการลงทะเบียนที่ไม่ได้ทำต่อเนื่อง เพราะลิงค์สำหรับลงทะเบียนที่แปะไว้ข้างที่จอดจักรยาน มันกลายเป็นลิงค์สำหรับแบบฟอร์มอะไรก็ไม่รู้ไปแล้ว ทำให้เราไม่สามารถลงทะเบียนจักรยานได้

เมื่อถามถึงกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตรงที่จอดจักรยาน พี่ป.โทบอกว่าไม่มี แน่นอน เราไม่สามารถมั่นใจในความปลอดภัยของการจอดจักรยานในที่ตรงนั้นได้จริง ๆ ในอนาคตอันใกล้ เราจะซื้อเสือหมอบคันละเกือบสองหมื่น ทำให้เรากังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจัง คำแนะนำที่เราได้รับคือให้หาที่ล็อคแบบหนา ๆ และล็อคติดกับเสาไว้ เราคิดในใจเลยว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะการล็อคด้วยที่ล็อคหนา ๆ เป็นแค่การทำให้ขโมยได้ยากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะขโมยไม่ได้ และเสาถูกแย่งชิงและจับจองโดยจักรยานคันอื่นไปแล้ว ครั้งหนึ่งเราเคยเอาไปจอดไว้ติดกับเสาซึ่งมีที่ล็อคคล้องจองเสาต้นนี้ไว้ (แต่เราไม่ได้ล็อคกับเสา) สิ่งที่เกิดขึ้นคือจักรยานของเราโดนย้ายโดยคนที่มาจองเสาต้นนั้น ! (อันนี้เราเห็นกับตา เห็นตอนที่เขากำลังจอดจักรยานแทนที่เราตรงเสาต้นนั้น)

นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ก็ยังมีเรื่องทางกายภาพของน้องเสือหมอบเอง ที่จะไม่มีขาตั้ง มีน้ำหนักเบา และสีสวย (เราจะซื้อแบบสีด้านด้วย คือไม่เคลือบ) การจอดแบบเบียดกันในที่จอดจักรยานตรงนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าพิงกับจักรยานคันอื่น น้องเสือหมอบจะเป็นรอยอย่างแน่นอน ยังไม่นับเรื่องแดด ลม ฝน ฝุ่น พายุ ที่โรงจอดจักรยานไม่สามารถป้องกันจักรยานของเราได้ เราจึงถามพี่ป.โทไปว่า เราสามารถเอาจักรยานขึ้นไปจอดบนห้องในที่ของตัวเองได้หรือไม่ ซึ่งสุดท้ายก็โดนบอกว่าจอดไม่ได้ เพราะจะรบกวนทัศนวิสัยของห้อง

“จะเอาไปจอดตรงไหนะคะ?”
“ที่เตียงค่ะ”
“หา !”
“ไม่ใช่บนเตียงค่ะ ข้างเตียง”

ที่จริง จะให้จอดบนเตียงก็ได้นะคะ นอนด้วยกันเลย จะได้ไม่สบายหายห่วง…

ก็เรารักของเรา.

 

คันนี้คือคันที่เราใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s