My Nightmare

วันนี้ทั้งวันมี nightmare รัวๆ ตั้งแต่เท้าเข้าไปติดในซอกล้อรถยนต์ที่กำลังจอดติดไฟแดงอยู่ เพราะมอเตอร์ไซค์ที่ฉันนั่งซอกแซกไปเบียดชิดรถยนต์จนเกินไป รถยนต์ก็บีบแตรลั่น คนขับมอเตอร์ไซค์ก็รีบขี่หนี แถมยังยื่นหมวกกันน็อคมาให้ฉันใส่ แหม ขอบคุณนะ! แล้วฉันก็ลงเรือคลองแสนแสบ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้น แต่การนั่งเรือคลองแสนแสบแม้แค่ 1 วินาทีก็เป็น nightmare ในตัวมันเอง ทั้งเสียงเครื่องที่ดังสามแสนเดซิเบล น้ำเน่า ควันไอเสียของเรือ แต่นี่ฉันอยู่บนเรือลำนั้นร่วมชั่วโมง! 

เสร็จสรรพฉันก็ลงเรือ แล้วเดินไปยังที่หมาย ขณะเดินเข้าซอยก็ปะกับหมาจรจัดฝูงหนึ่งประมาณ 5-6 ตัว (หรือมากกว่า) ที่อิงอาศัยพื้นที่ช่วงหนึ่งของซอยตรงนั้นกินอยู่หลับนอน เพราะมีใครคนหนึ่งคอยให้อาหารมันประจำ ฉันรู้ฤทธิ์เดชของอันธพาลสี่ขาพวกนั้นดี มันเป็นตัวอันตรายและร้ายกาจพอๆ กับสุนัขบ้า เที่ยวเห่าไล่คนที่เดินผ่านหรือจักรยานตามที่พวกมันพอใจ และมักส่งเสียงเห่าหอนระงมขรมโดยไม่รู้สาเหตุ และวันนี้ฉันต้องเดินผ่านทางพวกมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่โชคดีที่ฉันอ่านรพินทร์ ไพรวัลย์ และจดจำคำสอนของเขาไว้อย่างขึ้นใจ ในตอนที่คณะของรพินทร์จะต้องเดินผ่านฝูงลิงป่าอันธพาลนับพันตัว รพินทร์บอกว่ามันจะคอยหลอกล่อยั่วยุเรา แต่ให้เราเดินผ่านด้วยอาการปกติ ถ้าเราโจมตีมันก่อนมันจะเข้ามารุมทั้งฝูง แต่ถ้าเราทำเฉยเสีย ไม่ใส่ใจ มันก็จะไม่ทำอันตรายอะไร แต่ถ้ามันเอาเราแน่แล้ว ก็ต้องสู้กับมัน สังเกตจากตัวจ่าฝูง เพราะลูกกระจ๊อกตัวอื่นๆ จะทำตามจ่าฝูง สัญชาตญาณของมันเป็นแบบนั้น ลิงพวกนี้ถ้ามันมีน้อย มันจะกลัวคน แต่พอมันรวมกลุ่มกันมากอย่างนี้ มันก็ไม่กลัวอะไร

ฉันว่าการเดินผ่านฝูงหมาหมู่นี้ มัน resemble กับรพินทร์ตอนผ่านฝูงลิงป่า (เพราะเป็นสัตว์ เป็นฝูง และเถื่อนเหมือนกัน) ฉันก็เลยทำตามคำแนะนำของรพินทร์ทุกอย่าง คือเดินผ่านมันอย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็คอยระวังสังเกตท่าทีของพวกมันโดยไม่มองมันตรงๆ ทีแรกพวกมันเห็นฉัน มันก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น แล้วพอปากแรกเห่าขึ้นมา ปากอื่นๆ ก็เลยเห่าตาม มันไม่ได้แค่เห่า แต่ยังมุ่งหน้ามาทางฉัน เข้ามารุมทั้งจากด้านข้างและด้านหลัง (มันไม่เข้ามาทางด้านหน้าเลย) ระหว่างนั้นฉันก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งพูดว่า “อย่าไปทำพี่เค้า ลูก” และไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น เห็นผาดๆ แวบเดียวเป็นผู้หญิงวัยกลางคน คงเป็นคนที่ให้อาหารมันเป็นประจำ

แต่พวกหมาหาฟังเสียงไม่ เพราะบังเอิญฉันเดินเหยียบลงบนฝาท่อเสียงดัง ‘ตึ้ง’ พวกมันก็ยิ่งเห่ากันขรมกว่าเดิม มันเข้ามาประชิดตัว แต่ไม่มีตัวไหนประจันหน้าเลย ฉันพยายามเดินเรื่อยๆ โดยคงความเร็วเท่าเดิม แต่พบว่าไม่ได้ทำให้พวกมันหยุดเห่า ทันใดนั้น ฉันก็รู้สึกว่าขากางเกงบริเวณน่องขวาโดนงับ แล้วก็งับ แล้วก็งับ! จากทางด้านหลังไม่ต่ำกว่า 3 งับ!!! ฉันอดรนทนไม่ไหว ตวาดแว้ดออกไปอย่างโมโห ผลคือพวกมันยิ่งดุร้ายกว่าเดิม ซึ่งฉันรู้สึกว่าพลาดมาก แต่ก็พอดีกับที่ฉันเดินพ้นเขตมันไปแล้ว มันจึงไม่ไล่กัดอีก

พอตั้งสติได้ ฉันจึงโทรศัพท์ไปหาหน่วยจัดการสุนัขจรจัดของ กทม. 02-238-7460 ขอให้กำจัดอันธพาลฝูงนี้ ซึ่งจนท.ก็รับเรื่องไว้ และฉันขอให้ทุกคนจงโทรเช่นกัน หากเห็นว่าที่ไหนมีสุนัขจรจัดที่อันตราย ดุร้าย และเป็นพิษภัยต่อผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เดินผ่านไปผ่านมาเฉยๆ ก็เข้ามาคุกคาม เอาจริงๆ ฉันรู้ฤทธิ์ของพวกมันมานานแล้ว และลังเลที่จะโทรแจ้งอยู่ก็หลายที เพราะเป็นห่วงว่าเขาจะจัดการกับมันอย่างไร มันจะไปอยู่ที่ไหน มันจะตายไหม แต่พอเจอไล่งับแบบนี้ ฉันก็ไม่ลังเลอีกต่อไป รอยน้ำลายมันยังติดอยู่ที่ขากางเกงฉันอยู่เลย และไม่อยากคิดเลยว่าถ้าไม่ได้ใส่กางเกงขายาว จะเป็นอย่างไร

nightmare ของฉันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อตอนค่ำ ฉันต้องเดินเข้าซอยรัชดา 3 เพื่อกลับหอ มันคือ nightmare เพราะซอยรัชดา 3 เต็มไปด้วยความสกปรกเน่าเฟะ จากร้านค้าที่ยึดพื้นที่บนทางเท้าและส่วนหนึ่งของถนน คอยทิ้งสิ่งสกปรกลงบนพื้น เทน้ำทิ้งในท่อกลางถนนจนสึกกร่อน ซึ่งฉันเห็นกับตา ส่วนการนั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็น่าอเน็จอนาถใจ เพราะแต่ละวินมีลักษณะเถื่อนมาก อันเกิดจากการแข่งขันที่ดุเดือด ฉันเดินเข้าไปในซอยในทิศทางสวนรถอย่างระแวดระวัง รถก็เฉี่ยวเข้ามาใกล้มากเนื่องจากเป็นซอยแคบ พอถึงตรงที่เป็นกำแพง แทกซี่สีชมพูคันหนึ่งเลี้ยวโค้งมา ปาดเข้ามาทางฉัน ฉันเบียดตัวเข้ากับกำแพงจนแทบแบนราบยิ่งกว่าผ้าอนามัย แท็กซี่เฉียดฉันไปแค่คืบเดียว! คืบเดียวจริงๆ ฉันส่งเสียงเอ็ดตะโรลั่น แล้วเดินต่อไปตามปกติ เพราะรู้ว่าไม่สามารถทำอะไรได้

นั่นคือ nightmare ทั้งหมดที่ฉันเจอในวันนี้ ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ฉันเลือกเอง เป็นสถานที่ที่ฉันเลือกเอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นเอง ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก มีแต่วิถีที่มันเป็นอยู่ ซึ่งการที่ฉันเข้าไป ฉันรู้อยู่แล้วว่าอาจจะต้องเผชิญกับอะไร และจะเห็นว่า อย่างไหนที่ฉันทำให้มันดีขึ้นได้ ฉันก็ทำ อย่างไหนที่ถ้าทำอะไรแล้วมันเลวลง ฉันก็ไม่ชักใบให้เรือเสีย

เดือนหน้าจะไม่มีซอยรัชดา3 ในอาณาจักรชีวิตของฉันอีกต่อไป เพราะฉันจะย้ายไปยังสถานที่ที่ฉันพอใจ ขอบคุณหอในที่บ่มเพาะสกิลการย้ายของให้แก่ฉัน ด้วยการให้นิสิตทุกคนต้องย้ายข้าวของทุกชิ้นของตัวเองไปกองรวมกันไว้ตรงระเบียงทางเดินทุกๆ สี่เดือน

ไม่มีใครอยากอยู่ใน nightmare ไปนานๆ หรอกโน๊ะ…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s