คนที่ถูกทิ้ง

ผมเป็นมนุษย์ผู้มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันด้วยการตั้งตาคอยให้พรุ่งนี้มาถึงเร็วๆ พลางมองย้อนไปในอดีตแล้วประหลาดใจที่เวลาช่างผ่านไปเร็ว เมื่อตะวันตรงศีรษะ ผมเดินผ่านป่าที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นป่าผืนเดียวที่หลงเหลืออยู่ในเมืองคอนกรีตแห่งนี้ ว่ากันว่าที่ดินราคาแพง ใครๆ จึงพากันเปลี่ยนผืนดินทุกตารางเมตรให้เป็นคอนกรีตเพื่อตักตวงผลประโยชน์ ผมถามตัวเองว่าเงินยังสำคัญอยู่ไหม ใช่สิ ยังสำคัญ ผมตอบตัวเองอย่างหดหู่ พวกนกกระจอกใช้กิ่งเล็กๆ ของต้นไม้แห้งโกร๋นเป็นที่เกาะกระโดดเล่นกัน ส่วนพวกที่ซ่อนตัวอยู่ในส่วนที่ใบไม้ยังเขียวขจีและแน่นหนาส่งเสียงจิ๊บๆ ออกมา หมาสีดำตัวอวบล่ำวิ่งสำรวจเหยาะๆ ผ่านมา มันเหลือบแลผมอย่างไม่แยแส ก่อนหายเข้าไปในพงไม้รกทึบ ใบไม้แห้งทำให้ทุกฝีก้าวของมันส่งเสียงแซดๆ ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งถูกพันด้วยผ้าสีต่างๆ รอบโคนต้น ผมนึกย้อนไปถึงตอนที่บรรณาธิการคนเก่าชี้ให้เห็นว่า การเอาผ้ามาพันและเอาพวงมาลัยมาคล้องเป็นการทำให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นกุศโลบายในการรักษาต้นไม้

ในขณะที่มีใครบางคนเอาพวงมาลัยมาสักการะต้นไม้ ใครอีกคนก็ตัดต้นไม้ มนุษย์ต้องการอากาศบริสุทธิ์ไว้หายใจ ต้องการให้เมืองมีพื้นที่สีเขียว แต่ก็ต้องการเงินด้วยเหมือนกัน ผมอยู่ในโลกของความย้อนแย้ง สมัยเรียนวิชาการโฆษณา อาจารย์มักยกตัวอย่างสื่อโฆษณาที่มีความคิดสร้างสรรค์และประสบผลสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียน ขณะเดียวกันในวิชาสตรีนิยม อาจารย์ยกตัวอย่างสื่อโฆษณาที่เหยียดเพศ และชี้ให้เห็นถึงการผลิตซ้ำวาทกรรมที่กดขี่ทางเพศในแวดวงโฆษณา แต่มันไม่ใช่ความบังเอิญหรอก ความบังเอิญถูกอุปโลกน์ขึ้นในเวลาที่เราต้องการปัดความรับผิดชอบและหลีกเลี่ยงคำถาม มันจะอยู่เพียงชั่วคราว ก่อนจากไปอย่างเงียบเชียบเมื่อหมดหน้าที่ เสมือนไม่เคยมีมันอยู่ในโลก จะให้ทิ้งร่องรอยอะไรได้ ในเมื่อมันไม่มีตัวตนตั้งแต่แรก ตัวมันเพียงถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับโครงสร้างการใช้เหตุผลอย่างเกียจคร้านเท่านั้น ตัวอย่างเช่น จู่ๆ เราออกไปซื้อของแล้วเจอคนรู้จัก เราบอกว่า ‘บังเอิญจังเลยเนาะ’ เพื่อหลีกเลี่ยงการคิดที่ซับซ้อนว่าไปยังไง มายังไง ทำไมถึงเจอกัน ความจริงคือเราแค่ไม่ทันตั้งตัวและยังตื่นตกใจ พอเวลาผ่านไปความบังเอิญก็หมดความหมาย

อีกกรณีหนึ่ง ความบังเอิญถูกใช้กับเรื่องบางเรื่องเพื่อให้มันดูลึกลับน่าสนเท่ห์ และดังนั้นมันจึงพิเศษเหนือจริง เช่น เมื่อเราย้อนคิดว่าเรากับคนรักมาเจอกันได้อย่างไร เพียงโบ้ยให้กับความบังเอิญ หรือในระดับที่อัศจรรย์กว่านั้นก็โชคชะตา ฟ้าลิขิต ก็ทำให้รู้สึกหวานซึ้งกับเรื่องราวได้มากขึ้น ใครจะบอกว่า ‘เราก็แค่พบกัน พูดคุยกัน แล้วสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในร่างกายก็ทำงาน’ ไม่ เราไม่อยากยอมรับว่าทุกอย่างคือเรื่องธรรมดา ไม่ชอบใจนักหากชีวิตน่าเบื่อและเรียบง่ายเกินไป จึงปรุงแต่งมันด้วยความลึกลับเพื่อให้ทั้งโลกรู้สึกว่ามันพิเศษ ในกรณีนี้ความบังเอิญถูกใช้เป็นบันไดเพื่อให้ทุกองค์ประกอบในเรื่องราวมีความหมายในเชิงวิจิตรพิสดารกว่าที่มันเป็นจริงๆ

ทีนี้ พอถึงเวลาที่ความรักจืดจาง และคนรักจากเราไป ใครจะบอกว่า ‘เธอ/เขาบังเอิญจากไป’ ถูกไหม ไม่มีความบังเอิญอีกแล้วในกรณีนี้ เราโบ้ยให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มือที่สาม ตัวเรา ตัวเขา อดีต ความจำเป็น ความเข้ากันไม่ได้ ความเบื่อหน่าย ความตาย และอื่นๆ ความบังเอิญเมื่อแรกพบถูกลืมไป ความพิเศษที่สร้างขึ้นหมดความหมาย แม้แต่โชคชะตาฟ้าลิขิตก็ยังไร้ประโยชน์ ในเมื่อเวลานี้เรารับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเจ็บปวด ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่สามารถสร้างเรื่องราวให้น่าอัศจรรย์ได้ ได้แต่ยึดเหนี่ยวความเจ็บปวดเอาไว้ เพราะเป็นความรู้สึกเดียวที่รู้สึก เป็นสิ่งเดียวที่ผุดขึ้นมาท่ามกลางการถูกทิ้งให้ลอยคว้างในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เมื่อนั้นสิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกดีคือการคร่ำครวญ แม้จะไม่รู้ว่าคนเราควรคร่ำครวญแค่ไหนโดยธรรมชาติ แต่โลกบอกว่าเราต้องคร่ำครวญหนักมากเมื่ออกหักหรือสูญเสีย ในนวนิยาย ภาพยนตร์ มิวสิควีดิโอ ละคร และการแสดงต่างๆ คนอกหักจะต้องคร่ำครวญให้มากๆ บางครั้งต้องกรีดข้อมือ กระโดดลงจากตึก ลงแม่น้ำ หรือเดินหายไปในท้องทะเล เป็นภาพที่เราเคยรับรู้และผุดขึ้นมาหลอกหลอนในยามอ่อนแอ เสมือนหนึ่งความทรงจำของเราเอง

ป่าทำให้ความคิดของผมล่องลอยออกทะเล แต่ขณะนี้ผมยืนอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขายข้าวหมูทอดด้วย ผมสั่งข้าวหมูทอด แต่พ่อค้าบอกว่าหมด ผมจึงสั่งเส้นเล็กหมูต้มยำ ทั้งๆ ที่อยากกินข้าวหมูทอด ก่อนจะมานั่งรอที่โต๊ะ ร้านนี้กลายเป็นร้านโปรดของผมเมื่อไม่นานมานี้ เพราะพ่อค้าเรียกลูกค้าด้วยน้ำเสียงอันอ่อนนุ่ม ผมสังเกตว่าแม้อาหารจะรสชาติธรรมดา แต่ร้านนี้มีลูกค้าประจำเยอะเหมือนกัน ตกบ่ายเมื่อลูกค้าเริ่มซา พ่อค้าก็นั่งร้องเพลงอย่างสบายอารมณ์ด้วยเสียงอันอ่อนนุ่ม ผมมักประทับจดจำร้านอาหารเพราะคนขาย มีอีกร้านที่โปรดปรานคือบะหมี่เกี๊ยวรถเข็น พ่อค้าเป็นคนตลก รู้วิธีพูดจาปราศรัยกับลูกค้า เขาจะเรียกลูกค้าผู้ชายว่า ‘เจ้านาย’ และเรียกลูกค้าผู้หญิงว่า ‘คนสวย’ บางทีคุยเพลินก็ตักเพลินไปด้วย จนหมูสับ เกี๊ยว และหมูแดงแทบจะล้นถุง เวลาจ่ายตังค์พ่อค้าจะบอกว่า ‘สามแสนบาท เจ้านาย’ ถ้าลูกค้าให้สามสิบบาทพอดีก็จะบอกว่า ‘ขอบคุณที่ไม่ต้องทอน’ ผมชอบไปซื้อบะหมี่เกี๊ยวร้านนี้อยู่เสมอ เพราะนอกจากพ่อค้าจะใส่ใจอาหารแล้ว ยังใส่ใจลูกค้าด้วย

พ่อค้ายกก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำมาให้ ผมกล่าวขอบคุณเบาๆ แล้วเริ่มกิน ช่วงเวลาที่กินเป็นช่วงเดียวที่ความคิดของผมอยู่กับสิ่งตรงหน้า ผมคีบเส้น คีบหมู ซดน้ำซุป รับรู้รส และต้องคอยคิดอยู่ตลอดว่าต่อไปจะคีบอะไรต่อดี ส่วนหูก็ฟังการสนทนาของพ่อค้ากับลูกค้าประจำคนหนึ่งด้วย พวกเขาคุยกันเรื่องหวย ลูกค้าถามว่าช่วงนี้ถูกหวยไหม พ่อค้าบอกว่าซื้อทะเบียนรถแล้วถูกมาสองงวดแล้ว เขามีวิธีสลับเลขของเขา ส่วนลูกค้าบอกว่าช่วงนี้ไม่ถูกเลย และพูดถึงหมาตัวหนึ่งที่ถูกเทศกิจจับไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ว่าเขาเห็นหมาอีกตัวหนึ่ง ลักษณะเหมือนตัวที่ถูกจับไปเลย แต่ดูเด็กกว่า ท่านอนก็เหมือนกันเลย พวกมันน่าจะเป็นแม่ลูกกัน จากตรงนี้ผมว่าเขารู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อยลูกของมันยังอยู่ เป็นการสันนิษฐานที่ทำให้เขาอุ่นใจ พ่อค้าดูสนใจกับข่าวนี้แต่ไม่แสดงความเห็น ผมกินก๋วยเตี๋ยวหมดเป็นคนสุดท้ายของร้าน ลุกขึ้นจ่ายตังค์แล้วเดินผ่านป่าเพื่อกลับไปทำงาน ได้ยินเสียงพวกนกแต่มองไม่เห็นตัว นึกอิจฉาที่พวกมันสามารถซ่อนตัวให้พ้นไปจากสายตาที่จับจ้อง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s