‘I HATE YOU I LOVE YOU’ บอกอะไรกับวัยรุ่น

ดูตอนจบ I HATE YOU I LOVE YOU แล้ว เฮ้ย… คือมันดีมากเลยนะ ไม่รู้ว่าทีมเขียนบทคิดไว้รึเปล่า แต่นี่คิดว่า…

มันคือเรื่องเล่า ที่พูดถึงนิยามของคำว่า ‘ครอบครัว’ ผ่านมุมมองของตัวละครที่เป็นวัยรุ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมาย (ผู้ชม) คือวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (<30) นี่แหละ พูดง่ายๆ คือวัยก่อนแต่งงานสร้างครอบครัว

และเป็นความบังเอิญที่ประจวบเหมาะจริงๆ เพราะ EP.5 ซึ่งเป็นตอนจบ ออนแอร์ในวันเด็กแห่งชาติพอดิบพอดี

ครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก ผูกพันกันด้วยความรัก สังคมให้คุณค่ากับส่วนประกอบเหล่านี้ การที่ชายหญิงแต่งงานมีลูกด้วยกัน แล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปมีชู้ เป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้

เหมือนจะดี เหมือนจะเป็นวัฒนธรรมอันดีงามที่ทำให้คนสองคนช่วยกันเลี้ยงลูก ผูกพันกันไว้และพึ่งพากันได้ (แต่ มันมีด้านกลับนะจ๊ะ)

สังคมให้พื้นที่กับการแต่งงาน แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับการหย่าร้าง งานแต่งคืองานที่ผู้คนมากมายมาปรากฏกายพร้อมคำอวยพร (ความคาดหวัง) ให้ครองรักกันไปนานๆ แต่พอตอนหย่าคือไปตกลงกันเองเงียบๆ รู้กันเฉพาะคนใกล้ชิด ไม่มี ‘งานหย่า’ ที่ผู้คนมาร่วมแสดงความยินดีเลยว่า ‘ขอให้ใช้ชีวิตหลังจากนี้ให้สนุกนะ’

โดยเบสิคแล้ว การหย่าร้างถูกประเมินค่าเป็น ‘ความล้มเหลวในการใช้ชีวิตคู่’ ซึ่งจริงๆ แล้วอีกด้านหนึ่ง มันสามารถเป็น ‘ความกล้าหาญที่จะก้าวออกมาและเริ่มต้นชีวิตใหม่’ ก็ได้ (เช่นเดียวกับงานแต่ง ที่ก็มีด้านกลับที่ไม่น่ายินดีของมัน แต่สังคมเลือกที่จะไม่พูดถึง)

ตัวละคร ‘ซอล’ ไม่ใช่ไม่มีทางเลือก นางมีทางเลือกระหว่างการที่ครอบครัวแตกแยก กับ การฆ่านานะและลบรูปต้นเหตุ เห็นได้ชัดว่าซอลคือผลผลิตของสังคมที่นิยามว่าครอบครัวคือสิ่งที่ต้องอยู่กันพร้อมหน้า กรอบนี้ฝังอยู่ในตัวซอลอย่างแน่นหนาและมีพลังมากพอที่จะทำให้นางตัดสินใจ ‘ฆ่าคน’ แทนที่จะยอม ‘บ้านแตก’

‘นานะ’ รู้ว่าจะต้องเล่นซอลตรงจุดไหน แต่นางพลาดที่ไม่ได้มองไปถึง worst case scenario ว่าตัวเองจะถูกฆ่า

ลองเปลี่ยนแก่นสารของเรื่องนี้ดูเล่นๆ สมมติซอลให้นิยามคำว่าครอบครัวว่า พ่อแม่ลูกคือปัจเจกบุคคลที่มีชีวิตเป็นของตนเอง ภายใต้ความรับผิดชอบและหน้าที่ที่พึงมีต่อกัน มีอะไรก็คุยกันและยอมรับการตัดสินใจของกันและกัน นานะก็ใช้รูปนั้นก็ทำอะไรซอลไม่ได้ พอนานะบอก ‘กูจะโชว์รูปให้พ่อมึงดูนะ’ ซอลก็บอก ‘เรื่องของมึง’ เพราะซอลเคารพทางเลือกของพ่อและแม่ อีกอย่าง ความจริงทำให้เราเจ็บ แต่มันดีต่อเราในระยะยาว แค่นี้นานะก็ทำอะไรซอลไม่ได้ และซอลก็ไม่ต้องฆ่านานะด้วย

เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า ในครอบครัวมีความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์มีหมดอายุ แต่ครอบครัวไม่มีวันหมดอายุจนกว่าเราจะตาย ความลักลั่นมันจึงอยู่ตรงนี้แหละน้าา เหมือนเรื่องนี้จะกระซิบกับคนดูที่เป็นวัยก่อนสร้างครอบครัว ว่าจงตระหนักและเข้าใจสิ่งนี้ด้วย

และก็อีกเช่นกัน วิธีการนำเสนอที่เล่าผ่านปัจเจก ทำให้เราเห็นเรื่องราว ภูมิหลัง แรงจูงใจ และเงื่อนไขในชีวิตที่แตกต่างกันของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นนานะ โจ-กระเป๋า ไทเกอร์ ไอ่ ซอล ทำให้เด็กๆ ทั้งหลายมองเห็นได้ชัดเจนว่า ทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเองนะจ๊ะ

สรุป นิทานเรื่องนี้ฝากไว้ให้คิดว่า

การที่คนสองคนไม่ทนอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ได้รักกันเพียงเพราะเห็นแก่คำว่าครอบครัว(ตามนิยามของสังคม) ไม่ควรจะเป็นเรื่องผิดหรือเรื่องที่รับไม่ได้เลย…

อันที่จริง คนสองคนสามารถรับผิดชอบลูกร่วมกันโดยใช้ชีวิตในทางที่ตัวเองเลือก แม้จะถูกสังคมมองว่า ‘ล้มเหลวในการใช้ชีวิตคู่’ แต่พวกเขาไม่ล้มเหลวในการใช้ชีวิต…

เพราะคนทุกคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง

ป.ล. นี่ไม่ได้บอกว่า การที่คนมีครอบครัวแล้วไปมีชู้ มั่วเซ็กส์ เป็นสิ่งที่รับได้ แต่บอกว่า คนเราไม่จำเป็นต้องขังตัวเองอยู่ในกรอบของครอบครัวอบอุ่นตามที่สังคมกำหนดไว้ก็ได้

ขอบคุณภาพจากซีรี่ส์ I HATE YOU I LOVE YOU ทาง LINE TV

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s