Status: It’s complicated.

1. หนังสือ

เดี๋ยวนี้การอ่านหนังสือเป็นเรื่องยากแล้ว…

ฉันยืมหนังสือจากเพื่อนมาอ่าน ค่อนข้างจะหนักไปทางวิชาการ

หนึ่งปีผ่านไป อ่านได้ไม่ถึงหนึ่งในห้าของจำนวนหน้าทั้งหมด ยอมแพ้…

ก็เลยบอกเพื่อนว่า จะคืนให้เลยนะ คิดว่าคงไม่ได้อ่านจนจบแล้ว เพราะยืมมานานเกินไป รู้สึกไม่ดี

เพื่อนบอก เพื่อนก็มีหนังสือที่ยังอ่านไม่จบอยู่หลายเล่ม ส่วนเล่มนั้นอ่านจบแล้ว และคงไม่ได้อ่านอีกเร็วๆ นี้ ให้ฉันยืมต่อไปได้เลย อ่านจบแล้วค่อยเอามาคืน

เอ่าาา งี้เราก็ต้องอ่านจนจบสิ ตั้งใจๆ เราทำได้!

กลายเป็นว่า แม้จะหยิบออกมาวางกลางห้องเป็นอาทิตย์แล้ว ก็ยังไม่เปิดอ่านสักที หนังสือกลายเป็นเครื่องประดับห้องไปแล้วจ้าา

ช่วยด้วย ทำไมอ่านหนังสือยาวๆ ไม่ได้เลย

2. การศึกษา

มีคำกล่าวว่า “การศึกษาคือการลงทุน”

นัยยะของคนกล่าวก็หมายถึง จ่ายค่าเล่าเรียน เพื่อที่จะเอาความรู้ไปทำกำไรให้งอกเงยต่อไป ซึ่งก็ไม่พ้นการทำงานเพื่อที่จะได้เงินตอบแทน…

แต่คนเราไม่ได้จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรไปเพื่อที่จะเอาไปทำเงินอย่างเดียวนี่นะ

สิ่งหนึ่งในชีวิต ที่ไม่ใช่เงิน ที่ฉันให้คุณค่ามากๆ คือ ปัญญา

ยกตัวอย่างเช่น ทักษะภาษาอังกฤษ มักพูดกันว่า เป็นข้อได้เปรียบเวลาไปสมัครงาน ได้โอกาสมากกว่า   มี ‘ภาษี’ มากกว่า ยกระดับงาน เงินเดือนมากกว่า

นั่นก็ใช่

แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ภาษาก็เป็นเครื่องมือในการแสวงหาปัญญา ที่จะมาเติมเต็มคุณค่าให้แก่ตัวเราเอง

3. subscription

การ subscribe ภาพยนตร์และเพลง และจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน เช่นของ Netflix และ Spotify ในแง่หนึ่งก็เป็นการกรุยทางให้แก่การจ่ายค่าคอนเท้นต์ด้านการอ่าน จากสำนักข่าวต่างๆ ด้วย

แม้จะมี Medium แอพลิเคชั่นที่ช่วยให้คนเข้าถึงคอนเท้นต์หรือบทความดีๆ ต่างๆ อย่างสะดวกสบายผ่าน smart phone แต่ฉันพบว่า หลายๆ ข้อมูลข่าวสารที่สนใจ และเป็นเนื้อหาคุณภาพ มีแต่เว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างประเทศเท่านั้นที่ให้ได้

ซึ่งหลายๆ เว็บ ได้เริ่มใช้โมเดล subscription และ paid membership รายเดือน รายปี และค่าสมาชิกก็ดูเป็นราคาที่เอื้อมถึง

โดยให้ผู้อ่านได้สัมผัส ได้ทดลองใช้ฟรีก่อนในช่วงแรก (เหมือนที่ Netflix และ Spotify ทำ) คือผู้อ่านสามารถเข้ามาอ่านคอนเท้นต์ในเว็บนั้นๆ ได้อย่างจำกัด เช่น เดือนละ 4 ข่าว/บทความ ถ้าจะอ่านมากกว่านั้นต้อง subscribe และจ่ายเงิน

อันที่จริง สำนักข่าวต่างๆ ปรับตัวในลักษณะนี้มาหลายปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาเห็นการปรับราคาให้จับต้องได้ก็ตอนนี้

จนฉันเอง เริ่มอยากที่จะจ่ายแล้วล่ะ…

4. text คละๆ

โลกอาจจะเปลี่ยนมานานแล้ว แต่ฉันเพิ่งขยับตัวตอนนี้

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ ในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เสพคอนเท้นต์บนโลกออนไลน์มากกว่าในกระดาษ ย้อนกลับไปวิเคราะห์ตัวเองก็พบว่า การเสพสื่อใหม่ (New Media) ทำให้เกิดกระบวนการที่พฤติกรรมและ preference ของฉันค่อยๆ เปลี่ยนไป อย่างที่ไม่ทันได้สังเกตตัวเอง

มองรวมๆ แบบยังไม่แยกประเภท ข้อความทุกข้อความที่เราอ่าน เรียกว่าคอนเท้นต์ ไม่ว่าจะเป็นข้อความในแชทส่วนตัว ในหน้าไทม์ไลน์ หรือในเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราคลิกลิงค์เข้าไปอ่าน

มันคือ “text คละๆ” ที่ใครก็เขียนขึ้นมาและแชร์ออกไป ทั้งในวงแคบ กว้างหน่อย และไวรัล ผู้ใช้ทุกๆ คนมีเครื่องมืออยู่ในมือ ในการสร้าง text และแชร์ออกไปอย่างง่ายดาย สามารถตั้งค่าให้คนทั้งโลกเข้ามาอ่านได้

ซึ่งอยู่ปะปนกับคอนเท้นต์ที่สร้างโดยคนในวิชาชีพทางด้านการเขียน และงานข่าว ซึ่งแต่ละสำนักมีคุณภาพมากน้อยแตกต่างกัน

5. quantity over quality?

text คละๆ เหล่านี้มีปริมาณมหาศาล ฉันเปิดรับอย่างไม่รู้ตัวจนเหนื่อย เบลอจนมองไม่เห็นเส้นแบ่งระหว่างคอนเท้นต์คุณภาพ และคอนเท้นต์ปริมาณ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฉันอ่านอะไรแปบๆ ไวๆ เพื่อที่จะตามให้ทันกระแส หรือหัวข้อที่คนในแวดวงสังคมโซเชียลของฉันให้ความสนใจ

จริงอยู่ ที่ว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะแยกแยะได้ และเลือกได้ที่จะเสพเฉพาะคอนเท้นต์คุณภาพเท่านั้น

แต่กลายเป็นว่า วันๆ หนึ่ง เราหมดพลังงานไปกับการอ่าน text คละๆ เหล่านั้น ไปมากเสียจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้แก่การอ่านคอนเท้นต์คุณภาพ

มีลิงก์ของสำนักข่าวกี่ลิงก์ ที่เราเซฟไว้ใน Bookmark โดยไม่เคยได้กลับไปเปิดอ่านอีกเลย?

6. willingness to pay

ผู้คนมักไม่ค่อยเต็มใจจ่ายเงิน เพื่อเสพคอนเท้นต์บนโลกออนไลน์

เพราะเข้าใจว่า บนโลกออนไลน์ ทุกอย่างคือฟรี

สำนักข่าวต่างๆ พยายามปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อย่างยากลำบาก

โจทย์ใหญ่คือ ในเมื่อใช้ทรัพยากรเท่าเดิมในการผลิตคอนเท้นต์แบบเดิม แต่กลับไม่สามารถขายในช่องทางเดิม (สิ่งพิมพ์) ได้ และผู้คนไม่มี willingness to pay บนช่องทางใหม่ จะทำอย่างไร?

การสร้าง willingness to pay ดูจะเป็นคำตอบที่ยั่งยืนที่สุด และเป็นกุญแจสำคัญ ในการที่จะทำให้กลุ่มคนที่สร้างคอนเท้นต์คุณภาพ สามารถดำรงอยู่ได้ บนโลกที่ text เยอะแยะและคละปะปนกันไปหมดนี้

ซึ่งการสร้าง willingness to pay นี้ เป็นกระบวนการ ที่ไม่ใช่จะเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน

7. “นะค่ะ”

ช่วงปีหรือสองปีที่ผ่านมา ประเด็น “นะคะ/ค่ะ” ถูกพูดถึงอย่างเข้มข้นในวงกว้าง

เป็นหัวข้อระดับชาติ ที่เรียกได้ว่า ไวรัล บนโซเชียลมีเดีย

มีทั้งฝ่ายที่พยายามรณรงค์ให้ใช้ “นะคะ/ค่ะ” ให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ซึ่งรำคาญการใช้ “นะค่ะ/คะ” เหลือทน

กับฝ่ายที่บอกว่า “ไม่เห็นต้องด่าว่ากันแรงๆ เลยคะ เกิดมาไม่เคยพิมพ์ผิดกันเหรอค่ะ โปรดเข้าใจคนอื่นด้วยนะค่ะ”

สำหรับฉัน ปรากฏการณ์นี้มีนัยยะสำคัญ คือ

การใช้ภาษาผิดหลักไวยากรณ์ไม่ใช่เพิ่งจะมีในยุคนี้ เพียงแต่ยุคนี้ ใครก็สร้าง text และแชร์ออกไปได้ สื่อใหม่คือตัวการสำคัญที่ช่วยขยายประเด็นนี้ถูกมองเห็นชัดขึ้น กว้างขึ้น แถมยังสร้างพื้นที่สำหรับความคิดเห็นร่วม จึงยิ่งทำให้ประเด็นนี้ถูกเน้นให้เข้มข้นขึ้นไปอีก

น่าสังเกตว่า ในบรรดา text คละๆ ปริมาณมหาศาล ไม่ใช่ทุก text จะมีที่ยืน เช่น ในกลุ่ม Line ที่มีสมาชิกเยอะๆ เมื่อมีคนแชร์ hoax หรือข้อความแนว forward mail มั่วๆ (เหมือน forward mail ยุคก่อน) จะมีสมาชิกอีกส่วนหนึ่งพยายามอธิบายและให้เหตุผลว่าทำไมถึงไม่ควรแชร์

ปรากฏการณ์ทั้งสองนี้ พอจะทำให้ฉันสัมผัสถึงความเหนื่อยหน่ายอันเกิดจากการเสพ text คละๆ ของคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

Status : …

คนทำคอนเท้นต์ด้านสื่อสารมวลชน เลือกได้ว่าจะ commit (สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว) กับกลุ่มคนจำนวนจำกัดที่พร้อมจะจ่ายเงินเยอะๆ (ซึ่งต้องแลกกับการทำคอนเท้นต์ให้ถูกใจเขา)

หรือ กับสาธารณะชน คนสังคมในจำนวนมาก ที่จ่ายเงินคนละน้อยนิด ภายใต้ความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวและอยู่ในช่วงสับสน ซ้บซ้อน เอาแน่เอานอนไม่ได้

สังคมสร้างสื่อ, สื่อสร้างสังคม

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องของสองฝ่าย

Status : It’s complicated. – Feb 11, 2019

Copyright © 2018 by @fellacreativestudio

หมายเหตุ: เว็บไซต์นี้เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวของ @yuithiwa ซึ่งถ่ายทอดในลักษณะเหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง ไม่ได้อ้างอิงบทความวิชาการเป็นเรื่องเป็นราว หากจะมีการลอกหรือ copy ไปจำแลงเป็นงานของตัวเอง ผู้ลอกย่อมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความคิดเห็นของตน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.