เมื่อฉันเข้าเมืองด้วยรถเมล์

เมื่อวานนี้เป็นวันที่ฉันย้ายมาอยู่เขตบางซื่อครบ 1 เดือนพอดี

ทุกครั้งที่ย้ายที่อยู่ ก็ต้องมีการทำความรู้จักกับถิ่นใหม่ในเรื่องของกิน ร้านรวงต่างๆ สถานที่ใกล้เคียง และที่สำคัญคือ วิธีการเดินทาง

ก่อนหน้านี้ฉันเคยอยู่สามย่าน เขตปทุมวัน การเดินทางหลักคือเดินเท้า เพราะเรียนที่นั่น ต่อมาขยับไปอยู่ไกลขึ้นนึดนึงในเขตลุมพินี ก็เริ่มใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก จากนั้นก็ย้ายไปอยู่เขตพระโขนงช่วงสั้นๆ ก็ยังคงใช้จักรยาน เพิ่มเติมคือรถไฟฟ้า เพราะที่พักอยู่ใกล้สถานี คือวันไหนอากาศดีก็ใช้จักรยาน บางวันก็เอาจักรยานขึ้นรถไฟฟ้าไป

หลังจากเรียนจบฉันย้ายไปอยู่ย่านรัชดา-ดินแดง ยังใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก ใช้รถไฟใต้ดินบ้าง และบางวันก็เอาจักรยานพับไปลงเรือคลองแสนแสบ ขอโน้ตไว้ตรงนี้ว่า สมัยเรียน เวลาเดินทางข้าวของไม่ได้เยอะมาก ทำให้ปั่นจักรยานอย่างเบาสบายตัว แต่พอทำงานฉันต้องพกโน้ตบุ๊กไปโน่นมานี่ประจำ จึงใช้แร็คและกระเป๋าจักรยานติดท้ายรถเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกน้ำหนักเอง

ต่อมาฉันย้ายไปอยู่ย่านปิ่นเกล้า มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าตัวเมืองอยู่เสมอ และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฉันใช้จักรยานเดินทางน้อยลง

จุดเริ่มต้นของการใช้รถเมล์

ปิ่นเกล้าเป็นย่านที่อยู่ฝั่งธนบุรี การเดินทางเข้าเมืองต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งจะตรงมาที่สนามหลวง ผ่านย่านกรุงเก่า ชุมชนเก่า แล้วเข้าสู่สยาม (หรือหากใช้รถยนต์สามารถข้ามสะพานพระราม 8 ได้)

ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง (ระยะทางประมาณ 7-8 กม.) รถไม่ติดถึงขั้นสาหัส รถเมล์จึงเป็นทางเลือกที่ถือว่าใช้ได้ในการเดินทางเข้าเมืองใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงหากรถไม่ติด หรือหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ในชั่วโมงเร่งด่วน โดยมี 2 สายหลักคือ ปอ.79 และ ปอ.511 เพื่อนคู่คิดมิตรคู่ยากที่พาชาวปิ่นเกล้าเข้าเมืองอย่างสะดวกสบาย เป็น 2 สายที่เชื่อมั่นได้ว่า ถ้ารอแล้วจะมาอย่างแน่นอน เวลารอเฉลี่ยราวๆ 15-30 นาที น้อยครั้งที่รอนานกว่านั้น

อันที่จริงระยะทางประมาณนี้ ถือว่าสบายๆ สำหรับการใช้จักรยาน ฉันใช้เวลาประมาณ 40 นาทีปั่นจากปิ่นเกล้าเข้าตัวเมือง แต่สาเหตุที่ฉันไม่นิยมการปั่น คือ 1.สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และ 2.น้ำหนักของสัมภาระที่ต้องแบกไป ใช่แล้ว ฉันหมายถึง ความชันและน้ำหนัก ซึ่งมันหมายถึงเรี่ยวแรงและพลกำลังที่ต้องใช้มากขึ้น ระยะประมาณ 300 เมตรที่เป็นช่วงขึ้นสะพานนั้น คือปั่นแล้วเหนื่อยมากๆ ในมโนภาพของฉัน สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าคือภูเขาขนาดย่อมลูกหนึ่ง ที่เมื่อมองเข้าไปในตัวเมืองแล้วก็จะเห็นภูเขาลูกนี้กั้นอยู่ตรงกลาง แค่คิดถึงว่าจะต้องข้ามไปก็เหนื่อยแล้ว

ดังนั้น ฉันจึงเลือกที่จะฝากฝังการเดินทางไว้กับ ปอ.79 และ ปอ.511 แต่ถ้าจะไปซื้อของ ซื้อกับข้าวแถวๆ ที่พัก หรือไปกินร้านอร่อยย่านบางขุนนนท์ ก็จะปั่นจักรยานไป

สู่ย่านบางซื่อ

อย่างที่เกริ่นไว้แล้ว ฉันเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ย่านบางซื่อ เป็นคอนโด high-rise ที่อยู่บนถนนประชาชื่นและมีทางออกไปทะลุถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ บางซ่อน ซึ่งเป็นสายสีม่วง อยู่ในระยะเดินถึง แต่ถ้าบอกกับคนทั่วไปว่า “อยู่บางซ่อนจ้ะ” จะไม่มีใครรู้จัก ต้องบอกว่า “อยู่ใกล้ๆ โลตัสเตาปูนจ้า” ซึ่งถ้ามาจากทางเหนือ คอนโดอยู่ก่อนถึงโลตัสเตาปูนประมาณ 1.4 กิโลเมตร

เหตุที่เลือกที่นี่เพราะหวังพึ่งพารถไฟฟ้า เนื่องจากเป็นการเดินทางที่รู้เวลาแน่นอน ไม่ขึ้นอยู่กับรถติด และมีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ทีนี้อยู่ไปได้ระยะหนึ่งก็พบว่า การเปลี่ยนสายจากรถไฟฟ้า MRT ไปรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีจตุจักรนั้น หมายถึงต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องจ่ายค่าแรกเข้า 2 ต่อ

ระหว่างที่รอคอยด้วยความหวัง ว่าวันหนึ่งวันใดในอนาคต จะมีบริษัทกลางมาบริหารจัดการค่าโดยสารของ BTS และ MRT ให้เชื่อมกันนั้น ฉันก็หันมาดูเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ยาก… รถเมล์นั่นเอง

ฉันค้นพบว่า ตำแหน่งที่ฉันอยู่ สามารถเข้าเมืองด้วยรถเมล์ได้ง่ายมากๆ คือต่อเดียวถึง และเป็นรถ ปอ.ด้วย ระยะทาง 10 กิโลเมตรเศษ ใช้เวลาเดินทางด้วยราว 40 นาทีในชั่วโมงไม่เร่งด่วน ในราคา 15-17 บาท แต่หากเป็นชั่วโมงเร่งด่วนฉันจะไม่เลือกใช้รถเมล์ เพราะ trade-off ไม่คุ้ม จะเลือกระบบรางแทน เช่นเดียวกับวันที่ต้องการไปให้ถึงที่หมายในตัวเมืองในเวลาที่แน่นอน ก็จะเลือกใช้ระบบรางเช่นกัน

ขากลับมาคอนโด บ่อยครั้งที่ฉันเลือกใช้รถเมล์ เนื่องจากเป็นช่วงค่ำและตัดปัจจัยที่ว่าต้องตรงเวลาออกไป สายที่ขึ้นคือ ปอ.50 และ ปอ.505 ซึ่งรู้สึกว่าไม่ได้วิ่งถี่นัก ต้องรอนานร่วมชั่วโมง มีครั้งหนึ่งฉันเดินกำลังจะถึงป้าย Central Worl เพื่อรอขึ้น ปอ.505 ก็เห็นว่า ปอ.505 เพิ่งเข้าป้ายและออกตัวไป เมื่อนั้นฉันจึงวิ่งอย่างไว ไปยังป้ายถัดไปคือหน้าพันทิพย์ประตูน้ำเพื่อดักรอ แล้วฉันก็ขึ้น ปอ.505 คันนั้นได้ทันด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แห่งรถติดแยกประตูน้ำ เรียกได้ว่ายอมวิ่งดีกว่ารออีกเป็นชั่วโมง เพราะฉันเคยรอ ปอ.505 นานชนิดที่ว่า ปอ.79 ผ่านมาคันแล้วคันเล่า จนฉันตัดสินใจขึ้น ปอ.79 ไปต่อ ปอ.70 เพื่อกลับคอนโดเลยล่ะ

ระหว่างรอรถเมล์นานๆ ที่ป้ายรถเมล์ ฉันเห็นรถเมล์มากมายหลายสาย มองแต่ละคันที่ผ่านว่าไปที่ไหนบ้าง เผื่อจะผ่านไปแถวๆ คอนโด ในหัวจะมีความคิดอยู่ตลอดเวลาว่า “อืม คันนี้อาจจะไปได้ก็ได้นะ” ทั้งๆ ที่รู้ว่า มันไม่ไปหรอก แต่ที่ฉันคิดเช่นนั้นเพราะมันเป็นไปได้ที่จะมีบางสายที่ฉันไม่รู้จัก หรือตกหล่นไป ภายหลังเมื่อมานั่งค้นข้อมูลดูก็พบว่ามีจริงๆ คือสาย 16 ซึ่งวิ่งจากคอนโดเราผ่านสยามเลยล่ะ

เริ่มจดสายรถเมล์

ตอนที่อยู่ปิ่นเกล้า ป้ายพาต้าถือเป็นสรวงสรรค์ของบรรดารถเมล์ เพราะหลายสายผ่านป้ายนี้ ไปที่นั่นที่นี่มากมาย ฉันจึงจดไว้ในสมุดเล่มเล็กที่พกติดตัวว่าสายไหนไปไหนบ้าง เพื่อที่เวลาจะไปที่ไหนจะได้ขึ้นรถเมล์ได้ถูก บางอันก็จดโดยอ่านจากข้างรถเมล์ขณะรอรถเมล์นี่แหละ บางอันก็กลับไปค้นเพิ่มเติมเอง หน้าตาเป็นแบบนี้…

IMG_9499.JPG

เช่นเดียวกัน พอมาอยู่ย่านบางซื่อ เมื่อเริ่มรู้จักรถเมล์หลายสาย ฉันก็จดไว้…

FullSizeRender.jpg

พอมันมีหลายๆ สาย แล้วไปหลายๆ ที่ ก็เริ่มงง การจดเริ่มไม่เวิร์คอีกต่อไป คือเขียนผิดก็ไม่มีลิขวิดจะลบ การเรียบเรียงก็สลับสับสน เพราะจดตามลำดับที่รู้มา แถมป้ายที่ขึ้นก็มี 2 ป้าย คือจากถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี และจากถนนประชาชื่น เส้นทางการวิ่งของแต่ละสาย สถานที่ที่ไป เมื่อมายำรวมกันแล้ว = มึนงง

เมื่อก่อนเวลาปั่นจักรยานไปไหนมาไหน ฉันจะเลือกเส้นทางเองตามใจชอบ แต่พอเปลี่ยนมาขึ้นรถเมล์ มันคือการไปในเส้นทางของคนอื่น ก็เลยต้องมาศึกษา ทำความรู้จักใหม่ และฉันว่ามันน่าค้นหาดี เพราะเป็นเส้นทางที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาให้ฉันทำข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการวิ่งของรถเมล์อย่างจริงจัง โดยหาข้อมูลจากเว็บไซต์ ขสมก. ประกอบกับเว็บไซต์อื่นๆ อย่าง Cityglide.com นำมาพล๊อตลงบน Google map ในกระดาษ กำหนดจุดสำคัญ แล้วจึงย่อยออกมาเป็นแผนภาพคร่าวๆ พยายามลดทอนให้ดูง่ายที่สุด ก่อนจะทำเป็นแผนภาพงามๆ ในคอมฯ อีกทีหนึ่ง

FullSizeRender 2.jpg

โดยรถเมล์เข้าเมืองที่นำมารวบรวมไว้ ณ ที่นี้มีทั้งหมด 9 สาย แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มที่เข้าไปยังเกาะรัตนโกสินทร์ และกลุ่มที่เข้าไปยังย่านธุรกิจใจกลางเมือง นอกจากนี้ยังมีบางสายที่ฉันเล็งไว้ว่าจะนั่งเพื่อไปต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเรือเกียกกาย ได้เป็นแผนภาพแบบนี้…

 

busroutebangkok_1.1

เป็นแผนภาพที่บอกว่า จากคอนโดจะเข้าเมือง มีสายอะไรบ้าง เป็นรถประเภทใด (สังเกตวงกลมรอบตัวเลขสายรถ เป็นสีเดียวกับรถเมล์ที่วิ่งจริง) ป้ายที่ขึ้นมีชื่อเรียกว่าอะไร (ขากลับจะได้บอกกระเป๋าฯ ได้ถูก) รถเมล์วิ่งผ่านจุดไหนบ้าง และปลายทางอยู่ที่ไหน จุดไหนสามารถเชื่อมต่อกับเรือหรือระบบรางได้โดยตรง หรือต้องเดินต่ออีกนิดนึง (เช่น ตรงแยกสะพานควายต้องเดินต่อนิดนึงถ้าจะไป BTS สะพานควาย หรือถ้าจะไปท่าเรือต่างๆ ก็ต้องเดินต่อนิดนึง)

(ทั้งนี้ มีบางสายที่ตอนขาออกไม่ได้วิ่งเหมือนตอนขาเข้าเมืองเป๊ะๆ คือจะมีจุดที่วนต่างกันนิดหน่อย อย่างสาย 97, 505 และ 67 ซึ่งไม่ได้ลงรายละเอียดส่วนนี้ไว้ เพราะแผนภาพนี้แสดงเฉพาะขาเข้าเมือง)

ขอบคุณเพื่อนๆ ในคอนโดที่ช่วยกันตรวจทานข้อมูลและแนะนำติชม ทำให้ได้แผนภาพที่ถูกต้องครบถ้วนยิ่งขึ้น และมีการเสนอว่า น่าจะทำแผนที่รถเมล์ขาออกเมืองด้วย… ถ้าอย่างนั้นก็จัดไปค่ะ

busroutesuburb_beta-1

โดยทั้งหมดนี้ออกแบบเพื่อให้ดูในสมาร์ทโฟนได้ในครบจบในจอเดียวแบบไม่จำเป็นต้องซูม หรือจะซูมเพื่อดูรายละเอียดสวยๆ ก็ได้ ในขนาดไฟล์ที่ไม่ใหญ่มาก อันที่จริงเป็นการทำไว้ใช้เองด้วยความสนุกสนาน แต่จะยินดีมากถ้ามันเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ฉะนั้นก็ขอเชิญดาวน์โหลดกันได้เลย (ไม่อนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์)

ทำไมถึงเป็นรถเมล์?

มี 3 สิ่งหลักๆ ที่ฉันไม่ชอบใจเกี่ยวกับรถเมล์ที่ให้บริการในปัจจุบัน ซึ่งฉันมองว่า 3 สิ่งนี้ล้วนเป็นปัญหาเรื้อรังที่ถ้าใส่ใจจะแก้จริงๆ ก็แก้ได้ คือ 1.ควันดำอย่างเห็นได้ชัด เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม 2.มารยาทการขับรถ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ และ 3.คุณภาพการให้บริการ ได้แก่ การไม่จอดรถอย่างสนิทเพื่อให้คนขึ้น จอดเลนกลาง มารยาทของกระเป๋ารถเมล์ เป็นต้น

ดังนั้น การทำแผนภาพข้อมูลเส้นทางรถเมล์ในที่นี้ จึงไม่ใช่เป็นการสนับสนุนให้หันมาใช้รถเมล์กันนะคะ เพียงแต่ว่าหากจำเป็นต้องใช้ จะได้มีข้อมูลที่ดูง่ายๆ และไม่ต้องรอรถเมล์อย่างกังวลแบบที่ได้กล่าวไปแล้ว เพราะถึงอย่างไรรถเมล์ก็เป็นทางเลือกหนึ่งของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ที่ชาวเมืองหลายคนต้องพึ่งพา และปรารถนาที่จะให้มันดี มีคุณภาพมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

สำหรับประชาชนทั่วไป สิ่งที่ทำได้คนละไม้คนละมือ ณ วันนี้คือ ถ้าพบปัญหาเกี่ยวกับรถเมล์ อย่างเช่นข้อ 1., 2. หรือ 3. ก็จดหรือถ่ายรูปเลขทะเบียนรถที่ติดอยู่ภายในตัวรถด้านหน้าไว้ แล้วทำการร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ของ ขสมก.ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นรถเอกชนร่วมบริการ หรือรถเมล์ของ ขสมก.เอง อย่างน้อยทางองค์การฯ จะได้มีเก็บเป็นข้อมูลไว้ว่ามีคนใส่ใจกับปัญหาเหล่านี้ไม่น้อยเลยนะ

Advertisements

A 2016 year in review

  • พาแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตังค์เรา วางแผนเที่ยวเอง ลุยเอง ลองผิดลองถูก สนุกดี ตอนนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่ไปไม่ทันซากุระ
  • ความจริงแพลนไว้ว่าจะไปโตเกียวและโอซาก้า แต่มีเหตุให้ต้องยกเลิกตั๋วแล้วขอ refund เพราะชื่อในพาสปอร์ตแม่ไม่ตรงกับในตั๋ว อย่างไรก็ตามเรายังไฟท์จองตั๋วใหม่ ไปโอกินาว่าแทน
  • ทริปโอกินาว่าเป็นครั้งแรกของหลายๆ อย่าง เช่น ครั้งแรกที่ไปญี่ปุ่น (ทั้งเราและแม่) ครั้งแรกที่ลองกินอาหารแบบ 7-course ที่บ้านของชาวญี่ปุ่น ครั้งแรกที่ปั่นจักรยานในญี่ปุ่น ฯลฯ
  • Continue reading

เมื่อฉันทำงานครบ 1 ปี

ถ้าจะนับวันที่ฉันเริ่มรับงานจริงๆ มันผ่าน 1 ปีมาหลายเดือนแล้วล่ะ ควรจะเขียนเมื่อหลายเดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เขียนซักทีผ่าน 1 ปีมาแล้วนะ จะไม่บันทึกไว้หน่อยหรือ?’ ‘แต่นี่เป็นบันทึกสำคัญเลยนะ ต้องเรียบเรียงและตกผลึกให้ดีก่อนสิความคิดเหล่านี้ต่อสู้ฟาดฟันและรบกวนจิตใจฉันอยู่ตลอดเวลา

ในที่สุดฉันก็ตกลงกับตัวเองได้เขียนเลย ไม่ต้องคิดมากแล้วเดือนนี้แหละ สิงหาคม ถึงจะไม่ใช่เดือนที่รับงานงานแรก แต่ก็เป็นเดือนแรกที่งานงอกเงยอย่างจริงจัง เป็นเดือนที่มองเห็นว่า เออ เราอยู่ได้ด้วยงานงานนี้ว่ะ

Continue reading

เครื่องบินสีแดง

ฉันอยู่ในชั้นบรรยากาศเหนือก้อนเมฆ ในห้องโดยสารขนาดกะทัดรัดของเครื่องบินสีแดง ถูกตรึงไว้ภายใต้เข็มขัดบนเก้าอี้ตัวเล็ก รู้สึกถึงพื้นที่ส่วนตัวอันจำกัดจำเขี่ย เช่นเดียวกับผู้คนอีกนับร้อยรอบตัวที่ต่างก็นั่งในที่ของตัวเอง รักษาระเบียบในห้องโดยสารอย่างเคร่งครัดตามที่สาวเสียงหวานได้กำชับ

ความเป็นระเบียบที่เห็นนี้เป็นเพียงเปลือกนอกที่สาวเสียงหวานมองเห็น ซึ่งก็เพียงพอแล้วสำหรับความปลอดภัยของการเดินทาง อันที่จริง ที่นี่ช่างว้าวุ่นและสับสนสิ้นดี ลองคิดดู… คนเป็นร้อยที่ตื่นอยู่ แต่ละคนจะทำกิจกรรมอะไรได้นอกจาก ‘คิด’ ส่วนคนที่หลับก็อาจจะฝัน แม้ในทางกายภาพทุกคนจะมุ่งหน้าไปยังทิศใต้พร้อมๆ กัน แต่ร้อยความคิดคงเดินทางอย่างสะเปะสะปะ โยงใยไปคนละทิศละทาง อาจวกวน หรือลอยคว้างอย่างไร้ทิศทาง

Continue reading

My Nightmare

วันนี้ทั้งวันมี nightmare รัวๆ ตั้งแต่เท้าเข้าไปติดในซอกล้อรถยนต์ที่กำลังจอดติดไฟแดงอยู่ เพราะมอเตอร์ไซค์ที่ฉันนั่งซอกแซกไปเบียดชิดรถยนต์จนเกินไป รถยนต์ก็บีบแตรลั่น คนขับมอเตอร์ไซค์ก็รีบขี่หนี แถมยังยื่นหมวกกันน็อคมาให้ฉันใส่ แหม ขอบคุณนะ! แล้วฉันก็ลงเรือคลองแสนแสบ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้น แต่การนั่งเรือคลองแสนแสบแม้แค่ 1 วินาทีก็เป็น nightmare ในตัวมันเอง ทั้งเสียงเครื่องที่ดังสามแสนเดซิเบล น้ำเน่า ควันไอเสียของเรือ แต่นี่ฉันอยู่บนเรือลำนั้นร่วมชั่วโมง!  Continue reading