แต่งไปอยู่ไป สไตล์คนงบน้อย

สวัสดีทุกคนนนน มาตามสัญญา จากโพสต์ที่แล้วที่บอกว่าจะรีวิวการแต่งห้องตามแบบฉบับคนงบน้อย ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาเริ่มกันเลยยยย

แนะนำก่อนว่า ห้องฉันเป็นคอนโดห้อง Studio คือทุกอย่างอยู่รวมกันในห้องเดียว ไม่มีการกั้นห้อง ยกเว้นส่วนครัว ห้องน้ำ และระเบียง ที่มีการกั้นแยกกันไป

ฉันซื้อห้องเปล่าแบบไม่มีเฟอร์ฯ (Fully fitted) ซึ่งทางโครงการมีสุขภัณฑ์ห้องน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้ครัวแบบ built-in มาให้ ส่วนในห้องนั่งเล่นมีเครื่องปรับอากาศตัวเดียว กับโคมไฟซาลาเปา 2 ดวง ที่เหลือก็โล่งๆ เลย

นี่คือแผนผังห้องจ้า

vแผนผังห้อง

จะรู้ขนาดห้องได้อย่างไร?

ถ้าคร่าวๆ ก็ดูเลย์เอ้าท์จากเว็บไซต์ของโครงการได้เลย เขามีไว้เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว หรือหลังจากโอนห้องเรียบร้อยแล้ว ทางโครงการจะให้แปลนห้องมาพร้อมกับเอกสารสำคัญอื่นๆ ด้วย หรือสามารถขอจากทางโครงการได้เอง โดยติดต่อผ่านคอลเซ็นเตอร์ของโครงการ หรือฝ่ายที่ดูแลเรื่องการส่งมอบก็ได้จ้า

ห้องนี้แปลนเรียบง่ายมากๆ และห้องก็เล็กมากเช่นกัน ฮ่าๆ

  • ขนาดประมาณ กว้าง 3.8 เมตร ยาว 8.3 เมตร (อืม ตัวเลขจำง่ายดีเนอะ)
  • พื้นที่รวม 31.5 ตร.ม. (~340 sq.ft.)
  • เพดานสูง 2.56 เมตร
  • แบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็น 4 ส่วน ดังนี้
    • ส่วนครัว 4 ตร.ม.
    • ห้องน้ำ 3.6 ตร.ม.
    • ระเบียง 2.3 ตร.ม.
    • ที่เหลือ 21-22 ตร.ม. เป็นการนอน นั่งเล่น แต่งตัว และกินข้าวในห้องเดียว

แต่งห้องเป็นของขวัญให้ตัวเอง

ก่อนจะมีห้องนี้ ฉันเช่าหอ, อพาร์ตเม้นต์, คอนโด และบ้านทาวน์เฮ้าส์ซึ่งไม่ใช่ของตัวเอง เป็นการอยู่อาศัยชั่วคราว รวมๆ แล้วน่าจะเกือบ 8 ปีได้ ซึ่งไม่เคยไม่เคย ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่สามารถทำให้ห้องเป็นห้องในแบบที่ต้องการ ฉันเก็บความตั้งใจมาปีแล้วปีเล่า จนกระทั่งตัดสินใจซื้อห้องนี้เป็นที่อยู่ถาวร จึงอยากทำห้องให้ดี รายล้อมด้วยของที่ชอบ เพราะห้องนี้จะเป็นบ้านของฉันไปอีกนานนับสิบๆ ปี

ด้วยวิถีชีวิตที่ทำงานอยู่ที่บ้าน ฉันต้องการบ้านสวยๆ และอยู่สบาย เป็นสถานที่ทำงานอย่างราบรื่นในตอนกลางวัน พักผ่อนอย่างเต็มที่ในตอนกลางคืน และยังสามารถทำกับข้าว ชงกาแฟได้ ซักผ้าตากผ้าที่บ้านได้

ที่สำคัญ ห้องต้องเรียบร้อย ไม่รก และสะอาดสะอ้านน่าอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าห้องรกเมื่อไร ฉันจะไม่สบายใจ อยู่ไม่สุข ต้องลุกขึ้นมาเก็บของ ปัดกวาดเช็ดถู ไม่เป็นอันการทำงาน

คนเรามีความชอบ, การลำดับความสำคัญ, ความอ่อนไหวต่อสิ่งต่างๆ ต่างกันเนอะ

โจทย์ก็มีเพียงเท่านี้…

น่าจะเท่านี้แหละนะ


เริ่มต้นจากอะไรดี?

ก่อนจะซื้อเฟอร์นิเจอร์และของเข้ามาแต่งห้อง ฉันวางแผนด้วยการเขียนแบบห้องออกมา แล้วเลือกเฟอร์ฯ ที่ชอบมาลองจัดวางดู ซึ่งคนที่จะกำหนดตำแหน่งเฟอร์ฯ ไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็น…

คุณปลั๊กไฟค่ะ

แทนที่จะวางเฟอร์ฯ ก่อนแล้วเดินไฟใหม่ (ซึ่งต้องใช้งบเพิ่ม) ฉันเลือกที่จะใช้จุดเสียบปลั๊กเดิมที่ทางโครงการทำไว้ให้ ดังนั้นเวลาวางตำแหน่งเฟอร์ฯ ก็จะต้องคิดจากจุดเสียบปลั๊กเหล่านี้ รวมถึงวิธีการซ่อนสายไฟด้วย ซึ่งจะไปมีผลต่อการเลือกแบบของตู้ (เช่น ตู้ที่มีช่องให้ปลั๊กออกด้านหลัง, ตู้ที่ใส่ลิ้นชักที่ใช้ซ่อนปลั๊กพ่วงได้) และขนาดของเฟอร์ฯ แต่ละชิ้นที่จะนำมาจัดวางด้วย

จุดเสียบปลั๊กเพียงจุดเดียวที่ให้ช่างไฟมาทำเพิ่มคือตำแหน่งวางตู้เย็น เพราะต้องวางในครัวซึ่งเป็นพื้นกระเบื้อง ทนน้ำได้ (โครงการออกแบบมาให้วางตู้เย็นในห้องหลัก แต่ตู้เย็นฉันเป็นแบบประตูเดียว มีช่องฟรีซ ต้องละลายน้ำแข็งเป็นระยะ ซึ่งจะเปียกพื้นเป็นบางครั้ง และพื้นลามิเนตไม่สามารถทนน้ำมากๆ ได้ มันจะบวม อีกเหตุผลที่ตั้งตู้เย็นไว้ในครัวคือ ตู้เย็นมีการระบายความร้อน จะได้ไม่ต้องเพิ่มความร้อนในห้องหลัก)

นอกจากจุดเสียบปลั๊กไฟแล้ว ยังมีจุดเสียบสายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ และจุดเสียบสายสัญญาณทีวี ที่เป็นตัวกำหนดว่าทีวีกับ router จะต้องวางตรงไหน

เรื่องแสงและลมก็ต้องคำนึงถึงนะ ฉันไม่วางของไว้บังแสงธรรมชาติที่จะผ่านห้องครัวเข้ามาในห้องหลัก เพื่อความโปร่งสบาย ไม่ปิดทึบ ส่วนเรื่องลมคงกำหนดให้ flow ผ่านทั้งห้องไม่ได้ เพราะมีช่องที่เปิดออกสู่ภายนอกเพียงด้านเดียว คงมีลม flow ได้เล็กน้อย เข้า/ออกทางห้องครัว แล้วเลี้ยวไปทางห้องน้ำ (เวลาที่เปิดประตูไว้)


เขียนแบบอย่างไร?

ทีแรกก็วาดในกระดาษก่อนค่ะ ลบไปลบมาจนเหนื่อย ก็เลยใช้ Indesign ที่คุ้นเคยและใช้ประจำ วาดออกมาเป็นแบบนี้…

indesign01

ภาพนี้กลับด้าน เอาห้องนั่งเล่นมาทางขวามือนะคะ

จะเห็นว่าไม่มีความ 3 มิติ จินตนาการภาพไม่ออก ฉันจึงลงโปรแกรม SketchUp ที่ไม่เคยใช้มาก่อน มาฝึกใช้ดู งมเองอยู่เป็นวัน ค่อยๆ ทำไป ปรากฏว่ามันช่วยวางแผนแต่งห้องได้ดีมาก ช่วยให้เห็นภาพหมดทุกซอกทุกมุมว่าของจริงจะหน้าตาเป็นยังไง ตามสัดส่วนจริง

และนี่คือห้องที่ออกแบบไว้ใน SketchUp

plan01-2

มาดูโทนสีของพื้นและผนัง พื้นเดิมที่ทางโครงการให้มาเป็นลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ผนังติดวอลเปเปอร์สีขาวทั้งห้อง สำหรับห้องน้ำมีกระเบื้องสีเทาทั้งพื้นและผนัง ห้องครัวเป็นพื้นกระเบื้องสีเบจ (beige) ผนังไม่ติดวอลเปเปอร์ มีกระเบื้องสีเบจเฉพาะส่วนผนังเหนือเคาน์เตอร์ทำครัว โครงการให้มายังไง ก็คงไว้อย่างนั้นเลย

ถ้าเป็นห้องในฝัน มันจะเป็นโทนสีดำ-เทา-ขาว แต่เมื่อพื้นเป็นสีน้ำตาลมาแล้ว โทนสีที่เกิดขึ้นหลักๆ ก็คือ

  • ดำ/น้ำตาลเข้ม
  • น้ำตาล/เบจ
  • ขาว

plan01

มองจากมุมเฉียงๆ แบบนี้ จะเห็นครัว built-in ที่โครงการทำไว้ให้ ซึ่งเป็นสีขาว น้ำตาลเข้ม เทา (วาดผิดนิดนึง คือตู้สีขาวที่ติดผนัง ไม่ได้อยู่ติดเพดานนะ ต้องเลื่อนลงมาอีกประมาณ 20 ซม. เว้นพื้นที่ด้านบนไว้)

ในส่วน outdoor คือระเบียง จะวางเครื่องซักผ้าฝาบนไว้ใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ค่ะ

plan01-3


ทุ่มเททุนทรัพย์ให้กับ 3 เฟอร์นิเจอร์หลัก

  1. ตู้เสื้อผ้า (PAX system+VIKEDAL 401.727.49) เลือกตู้ที่ปิดด้วยบานกระจกทั้ง 3 บาน สูง 229 ซม. คือเกือบจรดเพดาน เพราะมองว่า ถ้าจัดเก็บเสื้อผ้าได้เรียบร้อย ห้องก็จะดูไม่รก และการใช้ตู้ใหญ่จะจุได้มาก เก็บได้ครบ จบในที่เดียว กระเป๋าเดินทางใหญ่ๆ ก็เก็บในนี้
  2. โซฟาเบดขนาด 3 ที่นั่ง (HIMMENE Sofa bed ปัจจุบันค้นหาในเว็บไทยไม่เจอแล้ว) เมื่อห้องเล็ก ของ 1 ชิ้นที่ทำหน้าที่ได้มากกว่าหนึ่งอย่างคือสิ่งที่ฉันมองหา ฉันเลือกซื้อโซฟาเบดก่อนซื้อเตียงนอน โซฟาอันนี้มีหน้าที่ 4 อย่าง คือ เป็น 1.โซฟานั่งเล่น 2.เป็นเก้าอี้นั่งกินข้าว 3.แปลงร่างเป็นเตียงนอน และ 4.ใต้โซฟาเป็นที่เก็บของ ใช้เก็บเครื่องนอนหมอนมุ้งต่างๆ (มุ้งเป็นคำสร้อย ไม่ได้มีจริงๆ เพราะติดมุ้งลวดเพิ่มแล้ว ไม่มียุงจ้ะ)
  3. ชุดตู้วางทีวี พร้อมตู้เก็บของติดผนังเหนือทีวี (BESTÅ SERIES+SELSVIKEN door 202.916.25) ซึ่งใช้สำหรับเก็บของจิปาถะในห้อง ทั้งเครื่องเขียน สมุด หนังสือ เอกสาร กล้องถ่ายรูป+กระเป๋ากล้อง เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ไอที ฯลฯ ส่วนตู้ที่ใช้วางทีวี เป็นที่เก็บกระดาษ เครื่องปริ้นท์ กระเป๋าผ้า ยาสามัญประจำบ้าน และปลั๊กพ่วง เป็นตู้บานปิดทั้งหมดเพื่อความเรียบร้อย สวยงาม เป็นหน้าเป็นตาของห้อง

plan01-4

อยู่อย่างไรเมื่อไม่มีเตียง

ระหว่างที่ห้องยังแต่งไม่เสร็จ ฉันก็ย้ายเข้าอยู่ซะเลย อยู่ไปแต่งไป มีเงินเมื่อไหร่ค่อยทยอยซื้อของเข้าเรื่อยๆ

ตามแผนที่วางไว้ เตียงขนาด 5 ฟุต (150 ซม.) เอาไว้นอนเอง ส่วนโซฟาเบดนั้น เมื่อกางเป็นเตียงจะกว้าง 4 ฟุตครึ่ง (140 ซม.) เตรียมไว้สำหรับรับแขกได้ 2 คน มองจากภาพนี้จะเห็นว่า วางเตียงแล้วเหลือช่องทางเดินนิดเดียว

เนื่องจากเฟอร์ฯ 3 ชิ้นหลักกินงบประมาณไปมาก เตียงนอนก็จะต้องรอไปก่อน ระหว่างนี้ฉันก็นอนโซฟาเบดไป

และนี่คือห้อง เมื่อตอน 1 เดือนหลังจากย้ายเข้าอยู่จ้า


สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ไปแต่งไป

  • ของงอก: อยู่ไปอยู่มาก็มีของเพิ่ม อย่างเช่น โต๊ะ (IKEA PS 2014 table ปัจจุบันค้นหาในเว็บไทยไม่เจอแล้ว) ฉันไปเจอลดราคาก็เลยซื้อมา มีความใหญ่และใช้การได้จริง ทั้งนั่งทำงานและกินข้าว เวลาจะใช้เป็นโต๊ะกินข้าวก็เก็บอุปกรณ์ทำงานลงไปในลิ้นชักใต้โต๊ะให้หมด ส่วนเครื่องเขียนเก็บไว้ใน BESTÅ เท่านี้ก็จะได้โต๊ะโล่งๆ ไว้สำหรับกินข้าว และยังต้อนรับแขกได้หลายคน
  • ห้องจะเปลี่ยนเลย์เอ้าท์ไปเรื่อยๆ เนื่องจากเราจะมีความคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ ตัวอย่างเช่นแบบนี้

plan03

และแบบนี้plan02

  • เปลี่ยนใจ ไม่ต้องมีก็ได้: เตียงนอนขนาด 5 ฟุตที่วางแผนไว้แต่แรก หลังจากอยู่ไปจะสองปีแล้ว กลายเป็นว่าไม่จำเป็นต้องมีก็อยู่ได้ ทุกวันนี้ฉันนอนโซฟาเบดสบายดี มันเวิร์คจริงๆ การแปลงร่างไม่ได้ยุ่งยาก แถมห้องยังมีพื้นที่ว่าง ไม่เต็มจนเกินไป ส่วนแขก ฉันเตรียมเบาะนอนไว้ [SLÄKT (903.629.64) 2,390฿] เวลาไม่ได้ใช้ก็พับเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า

และนี่คือห้องในปัจจุบัน (1 ปีครึ่งหลังจากเข้าอยู่)

img_1253

ห้องเดียวที่ทำทุกอย่าง นั่งเล่น, ทำงาน, กินข้าว, ชงกาแฟ, แต่งตัว และนอน ใช้พรมช่วยแบ่งโซนนั่งเล่น และใช้บีทโซฟาเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการอยู่อาศัย มีรถเข็นที่เคลื่อนย้ายไปได้หลายมุม ทำให้ห้องดูมีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลง [RÅSKOG (002.718.93) on sale 1,190฿ until 10/03/2019]

ต่อกันที่ห้องน้ำ

เมื่อเดินเข้าทางประตูห้องน้ำ จะเห็นส่วนอาบน้ำที่กั้นโซนไว้ มีหน้าต่างเปิดสู่ภายนอก ฝักบัวอยู่ซ้ายมือ ทางโครงการติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ ที่เหลือฉันจัดหามาเอง ให้ช่างมาเจาะผนังกระเบื้องและติดตั้งให้ (ภาพแรก)

(ภาพที่ 2) อ่างล้างมือพร้อมกระจกที่ทางโครงการติดมาให้ ถัดไปด้านขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ ชั้นวางของใต้อ่างล้างมือ [VESKEN (203.078.67) 399฿] ที่ย้ายมาจากบ้านเดิม เอามาแยกเป็น 2 ท่อน แล้ววางเข้าช่องซ้ายขวาได้พอดี

ส่วนต่อมา ห้องครัว

img_1272

เคาน์เตอร์ทำครัวขนาดเล็ก ที่ใช้งานจริงและทำทุกอย่าง

เคาน์เตอร์ทำครัวขนาดเล็กที่ฉันใช้งานจริง ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวคือตู้เย็น เตาอบ หม้อหุงข้าว และชั้นวางของใช้ในครัว

เนื่องจากทำงานอยู่บ้าน ก็เลยทำกับข้าวกินเอง ไม่ค่อยจะออกไปซื้อหรือไปกินข้างนอก ฉันทำอาหารทุกอย่างที่อยากกินในครัวเล็กๆ นี้ ตั้งแต่ราเมน บราวนี่ ไปจนถึงปลาทอด ดูการทำอาหารเพิ่มเติมได้ที่ @breakfastoflove คลิกดูในไฮไลท์นะ หรือเข้าไปที่ #ครัวแม่หญิงทิวา ก็ได้จ้า

 

และสุดท้าย ระเบียง

img_1285

ระเบียงฝั่งหนึ่งตั้งเครื่องซักผ้าฝาบน อยู่ใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ แขวนผักสวนครัวไว้ได้ 1 กระถาง ยังสามารถเปิดฝาเครื่องซักผ้าได้โดยไม่ชนกระถาง

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นราวตากผ้าแบบพับได้ เมื่อกางก็จะเต็มพื้นที่ระเบียงพอดิบพอดี


สรุปหลัก 5 ข้อในการแต่งห้องแบบงบน้อยของฉัน

  1. อะไรทำเองได้ทำ:

    ทำเองตั้งแต่การออกแบบ อะไรเรียนรู้ได้ก็เรียน ลองผิดลองถูกไป อาจจะใช้เวลาเยอะหน่อย แต่ประหยัดเงินไปได้เยอะ
    ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเป็น IKEA เกือบทั้งห้อง ซึ่งเป็นความชอบของฉันเอง ชอบที่ดีไซน์สวย ใช้งานได้จริง มีข้อมูลของแต่ละชิ้นอย่างละเอียดทุกแง่มุมและค้นในเว็บไซต์ได้ แถมยังไปเดินเลือกได้ตามใจชอบ
    อีกเหตุผลที่เลือกอิเกียเพราะมีความยืดหยุ่น คุณจะซื้อกลับไปประกอบเองก็ได้ หรือจ่ายเพิ่มเพื่อให้อิเกียไปส่งให้ที่บ้าน หรือจ่ายเพิ่มอีกเพื่อให้อิเกียประกอบให้ด้วยเลยก็ยังได้ เหยยย คือดี เห็นลู่ทางประหยัดเงิน อันไหนทำเองได้ฉันก็ทำเองเลย (ม่านก็ยังเจาะผนังติดตั้งเองเลยนะ จับสว่านเป็นครั้งแรก เจาะผิดไปอีก เป็นภาระให้ช่างต้องเอากาวมาอุดอีก)
    สำหรับชิ้นที่ใหญ่ หนัก และเกินความสามารถจริงๆ ฉันก็ใช้บริการจากช่างอิเกีย มีตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของติดผนัง 6 ตู้เท่านั้นที่ฉันให้ช่างประกอบและติดตั้งให้ ช่างเขามืออาชีพจริงๆ ฉันประทับใจ
    เฟอร์ฯ ที่เหลือฉันประกอบเองหมด แฮปปี้ที่ได้สร้างเรื่องราวให้กับของทุกชิ้นในห้อง เป็นความรู้สึกดีๆ เหมือนค่อยๆ สร้างห้องด้วยมือของตัวเอง แต่ที่จริงอิเกียคิดมาให้หมดแล้วนะว่าต้องประกอบอะไรยังไง ฉันแค่มาลงมือทำเท่านั้นเอง ฮ่าๆ

  2. อยู่ไปแต่งไป:

    ระหว่างที่ห้องยังแต่งไม่เสร็จ ไม่ต้องไปจ่ายค่าเช่าอยู่ที่อื่น อยู่ไปแต่งไปนี่แหละ ช่วงวันแรกๆ โซฟาเบดยังไม่ได้ซื้อเพราะงบหมด ฉันเอาเบาะรองนั่ง 3 อัน ที่ปกติใช้กับเก้าอี้ มาปูเรียงกันเป็นที่นอน ก็นอนด้ายยยย //ปาดน้ำตา
    ต้องวางแผน เรียงลำดับความสำคัญ ความจำเป็น ความอยากได้ของแต่ละชิ้น แล้วค่อยๆ ทยอยซื้อในขณะที่อยู่ไปด้วย ชิ้นไหนประนีประนอมได้ ชิ้นไหนจำเป็นต้องซื้อจริงๆ ซึ่งแต่ละคนจัดลำดับไม่เหมือนกัน บริหารการเงินให้ดี เราจะแต่งห้องตามที่ปรารถนาได้โดยไม่ต้องกู้เพิ่มเลยล่ะ พวกโปรโมชั่นผ่อน 0% ของบัตรเครดิตช่วยได้นะ ซึ่งเราก็ต้องจ่ายให้ตรงตามกำหนดทุกเดือน อย่าไปจ่ายดอกค่ะ

  3. งบน้อยไม่ได้แปลว่าต้องเลือกของที่ราคา:

    เลือกของที่ชอบจริงๆ ที่มองว่าดี ใช้งานได้จริง และตั้งใจไว้ว่าจะอยู่กับมันไปนานๆ อย่างแฮปปี้ ไม่ใช่ซื้อของที่ราคาถูกกว่าแต่ไม่ได้ชอบเท่าไหร่ แล้วสุดท้ายวันนึงก็ต้องซื้อใหม่ แบบนั้นเท่ากับจ่ายเงิน 2 ครั้งเลยนะ
    แต่ถ้าเป็นของที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทันที เราสามารถเล็งไว้ก่อน แล้วรอซื้อตอนจังหวะลดราคาก็ย่อมได้จ้าา

  4. ประนีประนอมระหว่างประโยชน์ใช้สอยกับความสวยงาม:

    ของต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานของห้อง ซึ่งทางโครงการให้มาด้วย เช่น พื้น, ผนัง, built-in ในครัว, อุปกรณ์ในห้องน้ำ, บานประตูห้องน้ำ กระเบื้อง ฯลฯ แม้จะไม่ได้ถูกใจ 100% แต่ฉันก็ไม่ได้เปลี่ยนใหม่เลย ไม่งั้นจะเป็นการเพิ่มงบประมาณไปอีก แม้แต่โคมไฟซาลาเปาก็ยังคงไว้ เปลี่ยนแค่หลอดไฟด้านใน จากเดิมที่เป็นฟลูออเรสเซนต์ เปลี่ยนเป็นหลอด LED เพราะจะได้ประหยัดค่าไฟในระยะยาวนั่นเอง ส่วนหลอดเดิมก็มอบให้ช่างไปเลยค่ะ ช่างเอาไปใช้งานต่อได้

  5. ของหลายชิ้นดัดแปลงได้ ไม่ต้องซื้อใหม่:

    ฉันใช้ชั้นวางของ [LERBERG (503.159.36) 399฿] มาทำหน้าที่เป็นโต๊ะแต่งหน้า ใช้กระจกที่บานตู้เสื้อผ้าควบคู่กันไป, โต๊ะ LISABO [103.617.46 4,900฿] ที่หลังจากใช้จริงแล้วพบว่าเล็กเกินไป ฉันก็ดัดแปลงเป็นบาร์ชงกาแฟ


ใช้งบไปทั้งหมดเท่าไหร่?

ทุกวันนี้ก็ถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าแต่งห้องหมดไปเท่าไหร่ ตอนซื้อของทุกชิ้นก็เก็บใบเสร็จไว้หมด จดไว้ทุกรายการ แต่ไม่เคยบวกรวมกันซักที

และไม่เคยกำหนดขอบเขตงบประมาณเอาไว้ซะด้วยสิ

เพราะใช้วิธีการที่ว่า “มีเงินเมื่อไหร่ค่อยซื้อ” คือทยอยนำรายได้แต่ละเดือนมาใช้จ่ายกับการแต่งห้องนั่นเอง จนผ่านไปปีกว่าๆ ถึงจะเรียกได้ว่ามีของครบ

งบน้อย ไม่ได้แปลว่างบจำกัด หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เงินที่ถืออยู่ในมือ ณ ขณะหนึ่งๆ มีจำกัด แต่ศักยภาพในการหาเงินของคนเราไม่จำกัด

ห้องที่ถ่ายรูปมาให้ดูกันในวันนี้ก็ถือว่าแต่งเสร็จแล้วล่ะ ขอแสดงความยินดีกับตัวเองด้วยค่ะ //ปรบมือ หลังจากนี้ถ้าจะมีการปรับปรุงอะไรก็คงจะเป็นการลดข้าวของ จะไม่มีเพิ่มอีกแล้ว เพราะตอนนี้ก็เต็มห้องแล้วนะ


ส่งท้าย… เก็บของตรงไหน?

ไอเท็มทำความสะอาด อย่างไม้กวาด+ที่โกย ไม้ถูพื้น ถังขยะ แผงไม้หนีบตากผ้า รถเข็นพับได้ กระเป๋าใส่จักรยาน 2 ใบ (ทำไมข้าวของถึงได้เยอะขนาดนี้) สายเครื่องดูดฝุ่น เสื่อโยคะ ม้วนกระดาษ กล่องใส่สินค้า ของจิปาถะอื่นๆ ที่เก็บในตู้ BESTÅ ไม่พอ ฯลฯ มีอยู่ครบถ้วนในห้องนี้ แต่เมื่อไม่มีห้องเก็บของ ฉันก็ซุกไว้ตามที่ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • กล่องเก็บของแบบใส ตั้งอยู่ถัดจากทีวี เอากระถางต้นไม้วางไว้ด้านบนเพื่อความงดงาม
  • หลังประตูห้องน้ำ
  • เหนือตู้ติดผนังห้องครัว
  • บนช่องว่างบนตู้เสื้อผ้า
  • ชั้นวางของในห้องครัว
  • ซุกไว้ข้างเครื่องซักผ้า
  • มุมห้อง
  • และอื่นๆ ตามจินตนาการ

เอออออ เราเอาเรื่องจริงมาพูดกัน เรียกฉันว่า #คนซุกของ2019 ก็ได้ ยอมม

ด้วยความไม่ค่อยทิ้งของ ก็เลยเก็บของไว้เยอะมากๆ และเป็นคนหวงของมาก จำของของตัวเองได้ทุกชิ้น ถ้าของหายคือรู้สึกเหมือนเงินหายอะ เครียดมาก เพราะเราเอาเงินไปแลกของมา ถูกมะ (เป็นเด็กที่พิมพ์ชื่อตัวเองแปะไว้บนอุปกรณ์เครื่องเขียนทุกชิ้นอะ สำหรับยางลบจะเขียนลงไปเลย ทุกวันนี้ยังใช้แม็กเย็บกระดาษที่มีชื่อตัวเองติดอยู่เลย ใช้มาตั้งแต่ตอนเด็ก ฮ่าๆ)

ดังนั้น เวลาจะทิ้งของชิ้นหนึ่ง ฉันคิดแล้วคิดอีก อย่างหนังสือเรียน หรือข้าวของที่ไม่ได้ใช้แล้ว บางส่วนที่สภาพดีมากๆ หรือของที่ซื้อมาแล้วไม่เคยแกะออกมาใช้เลย ฉันลงขายออนไลน์นะ ลองเข้าไปดูกันได้>>ที่นี่<<เลยจ้า ทยอยลงเรื่อยๆ ตามความขยันในการถ่ายภาพ

บางส่วนก็บริจาค ที่นี่ ที่นี่ หรือขายต่อที่นี่ เพราะห้องเล็กจริงๆ ไม่มีที่เก็บ ส่งต่อให้คนที่จะได้ใช้ประโยชน์ดีกว่าเนอะ

หลังๆ เพิ่งจะมาค้นพบ ว่าเคล็ดลับการทำให้ห้องไม่รก คือต้องทำให้ของทุกชิ้นมีที่อยู่เป็นของตัวเอง ถ้ามันมีที่อยู่ มันก็จะอยู่ประจำตำแหน่งอย่างงดงามตรงจุดจุดนั้น ทุกครั้งที่หยิบ เราจะรู้ว่าต้องส่งมันกลับไปไว้ตรงไหน

แต่ถ้าของชิ้นไหนไม่มีที่อยู่ มันก็จะออกมาเพ่นพ่านอยู่อย่างนั้น ทำให้ดูเหมือนว่า จัดห้องอีกกี่รอบ ห้องก็กลับมารกอีก ไม่มีที่สิ้นสุด หรือถ้าเราส่งมันไปกองรวมๆ อยู่กับของชิ้นอื่น จะหยิบออกมาใช้ครั้งหนึ่งก็ต้องรื้อออกมาทั้งหมด สร้างความยุ่งยากให้ชีวิตไปอีก

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบจ้าา

Advertisements

หนึ่งเหตุผลที่ฉันลาออกจากหอใน (1)

เป็นที่รู้กันว่าสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งของการมาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย 4 ปีของนักเรียนต่างจังหวัด คือหอพัก ยิ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจอย่างเขตปทุมวัน ที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่น ที่ดินมีราคาแพง ทำให้ค่าเช่าหอต่อเดือนก็แพงขึ้นเป็นเงาตามตัว ยังไม่ต้องนับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการต้องติดอยู่ในกับดักการจราจรของกรุงเทพฯทุกวันเพื่อมาเรียนที่มหาวิทยาลัย… หอพักฯที่มีชื่อเล่นว่า “หอใน” จึงดูจะเป็นหอพักที่ตอบโจทย์สำหรับนักเรียนที่มาจากต่างจังหวัดบ้านไกล  Continue reading

ที่รัก

“ที่จอดจักรยานไม่พอค่ะ”

เราเสนอต่ออาจารย์และพี่ป.โทในที่ประชุมหอพักนิสิตประจำภาคการศึกษาปลายเมื่อสักครู่ พี่ป.โทเห็นด้วยและถามกลับว่าจะเสนอทางแก้อย่างไร เราจึงเสนอว่าให้คัดกรองผู้ที่มาจอดจักรยาน ว่าต้องเป็นนิสิตหอพักหรือบุคลากรที่พักอาศัยอยู่ในหอพักเท่านั้น  Continue reading

I met ‘a ghost’ when I was riding my bike.

It’s dark. It’s almost 9 pm when my best friend and I decided to ride our bikes in the rainfall back to our places.

Before we went on a bike trip, the chance of rain was 50%. It hadn’t rained yet, so we went on as we had planned – to have a dinner at Phra Athit Street. Then we were trapped in the heavy rain in the restaurant. Well, I thought it was actually a storm, because I could hear the sound of thunder, the big one.  Continue reading

ความเสียใจ

เอาล่ะ… เรื่องนี้มีรายละเอียดมากเกินกว่าที่จะบ่นใน Twitter
จึงขอมาพร่ำเพ้อใน entry นี้

เริ่มต้นจากที่เราเลือกคณะนิเทศศาสตร์ แทนที่จะเป็นอักษรศาสตร์
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เมื่อมีคนถามว่าอยากเข้าคณะอะไร ก็จะตอบว่า “อักษรศาสตร์” ทุกครั้ง
และไม่ได้สักแต่ว่าตอบ…  Continue reading